[Fic] My Boy (13)
posted on 20 Oct 2009 14:48 by tangmoez in 02-Fiction, Fiction-MyBoy
Title :: [Fic] My Boy
Paring :: Yunho x Jaejoong
Rate :: PG-13
Author :: Tangmoez
Warning :: เรื่องนี้เกิดจากจินตนาการของผู้แต่ง เป็นความพึงพอใจส่วนบุคคลและเกิดจากจินตนาการของผู้แต่ง มีเจตนาเพื่อสร้างความบันเทิงเท่านั้น เนื้อหาเป็นแนว Boy's Love หรือ yaoi หากท่านผู้อ่านท่านใดมีความชอบที่แตกต่างกัน ขอให้ปิดหน้านี้ลงอย่างสันติ ขอบคุณค่ะ
13.
จองยุนโฮ นักร้องขวัญใจประชาชนชาวเกาหลี ที่ควรจะอยู่ที่พักส่วนตัวเนื่องจากไม่มีงาน แต่ตอนนี้กลับกำลังนอนกึ่งนั่งอืดอยู่บนโซฟาตัวยาวในห้องรับแขกภายในหอพักสุดหรู โต๊ะเล็กน่ารักที่ตั้งอยู่หน้าโซฟาควรจะเป็นที่วางถ้วยกาแฟ หรือจานขนมปัง กลับถูกแทนที่ด้วยขาเรียวยาวขนหน้าแข้งเป็นแผง ของคนที่กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ ช่างดูตรงกันข้ามกับสิ่งที่ควรจะเป็นเหลือเกิน
ปาร์คยูชอนผู้ที่สิงสถิตอยู่หอตลอดเวลาเดินคนถ้วยกาแฟออกมาจากครัว
“มาทำอะไรที่นี่วะ? ปกติไม่มีงานไม่เคยโผล่หน้ามาให้เห็น”
“อยู่ห้องมันเซ็ง”
ยูชอนหัวเราะ หมู่นี้มักจะทำตัวแปลกๆ อยู่เสมอ
เซ็งเหรอ?
ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมีบุญ ที่ได้ยินเพื่อนรักบ่นคำนี้ออกมาตอนเวลาไม่มีงาน
“วันนี้จุนซูชวนไปกินข้าวเย็นนะ” เขาเดินมานั่งที่โซฟาอีกตัวข้างๆ กัน
คนถูกชวนขมวดคิ้ว “จุนซู?”
“อื้ม...เพื่อนแจจุงไง เห็นว่าวันนี้แจจุงสอบเสร็จแล้วเลยจะฉลองน่ะ”
ปาร์คยูชอนสาบานได้ว่า แวบหนึ่งเขาแอบเห็นรอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าของคนที่เพิ่งจะเอ่ยปากบอกว่า เซ็ง
ยุนโฮเก็บแข้งขาที่ไม่อาจสร้างอารมณ์สุนทรีย์ได้ลงมาจากโต๊ะเล็กน่ารัก นั่งค้ำคางอยู่สักพักดวงตาเรียวยาวก็หันมามองเพื่อนสนิทเหมือนต้องการถามอะไรบางอย่าง
.
.
.
แจจุงเดินลงมาจากตึกด้วยท่าทางงัวเงีย ผมที่เคยเป็นทรงตอนนี้กลับดูยุ่งๆ เหมือนเพิ่งผ่านการถูกกลั่นแกล้งด้วยวิธีขยำศีรษะไม่มีผิด ดวงตากลมโตหรี่ลงเมื่อแสงที่นอกอาคารสว่างจ้าเกินไปสำหรับคนเพิ่งตื่นนอน
มือเล็กขยี้ผมที่ไม่เป็นทรงให้ดูยุ่งกว่าเดิม ก่อนจะอ้าปากหาวหวอดเดินออกจากตัวอาคารโดยไม่สนใจสายตาหลายคู่ที่กำลังจับจ้องอยู่
“ง่วงชะมัด” ร่างเล็กบ่นกับตัวเอง
ปัญหาที่คิมแจจุงมักจะพบเสมอในเวลาสอบคือความง่วงที่มักเข้ามาจู่โจมโดยไม่รู้ตัว ส่วนเรื่องทำได้หรือไม่ได้นั้น คนตัวเล็กไม่ค่อยจะกังวลเท่าไหร่นัก ถือคติว่าทำได้ก็ได้ ทำไม่ได้ก็ได้ เวลาที่ใช้ในการทำข้อสอบจึงไม่มากเกินความจำเป็น แต่เวลาที่ใช้นอนต่างหากที่ดูจะเกินความจำเป็นไปเสียหน่อย
ปี๊ดด ~
เสียงแตรรถยนต์ที่ทำเอาคนที่กำลังง่วงถึงกับสะดุ้ง ก่อนจะหันไปส่งสายตาดุให้กับสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่กำลังเดินผ่านมา ด้วยเหตุผลที่ว่าหาสาเหตุของต้นเสียงไม่เจอ
เดินไปอีกไม่กี่ก้าวเสียงแตรรถยนต์ที่น่าจะเป็นคันเดิมก็ดังขึ้นมาอีก แจจุงจึงหันกลับไปมอง อีกครั้งและพบรถที่คิดว่าน่าจะเป็นต้นเสียง
รถคันนั้นมันดูคุ้นๆ
กริ๊งง ~
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นแจจุงจึงเปลี่ยนความสนใจไปที่โทรศัพท์แทน เขาหันหลังให้กับรถคันดังกล่าวในทันทีและออกเดิน ใบหน้าหวานกำลังบานเฉ่งแทบจะหุบยิ้มไม่ได้เมื่อรู้ว่าเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ที่ปรากฏบนหน้าจอเป็นใคร
“ว่าไง?” ส่งเสียงหวานอย่างอารมณ์ดีไม่มีวี่แววของคนง่วงนอนเลยสักนิด
“นายจะเดินไปไหน?”
“หือ? นายว่าไงนะ?”
“ฉันถามว่านายกำลังจะเดินไปไหน...ฉันนั่งรออยู่บนรถตั้งนานแล้ว”
ยุนโฮเงียบไปเมื่อเห็นแจจุงที่กำลังถือโทรศัพท์ค้างอยู่หยุดเดินแล้วกลับหลังหันมามองที่รถของเขา
“รีบขึ้นมาเร็วๆ” พูดจบก็ตัดสายไป ทิ้งให้แจจุงที่ยังคงเบลอยืนงงอยู่สักพักก่อนจะวิ่งมาที่รถที่จำได้แล้วว่าทำไมมันถึงดูคุ้นๆ
เสียงปิดประตูดังขึ้นก่อนที่แขกของรถหรูจะเอ่ยปากพูด “ก็คิดอยู่ว่ารถคันนี้มันดูคุ้นๆ” พูดจบก็ยิ้มขำๆ ให้ตัวเองก่อนจะสาละวนกับการใส่เซฟตี้เบลท์
ยุนโฮถอนลมหายใจแรงๆ “นายก็แค่คุ้นนั่นแหละ”
“อะไรนะ?”
คนถูกถามไม่ได้ตอบอะไรแล้วก็เหยียบคันเร่งออกจากบริเวณนั้นทันที
.
.
“จุนซู”
“อะไรหรอ?”
“เราจะไม่เตรียมอะไรระหว่างที่กำลังรอแจจุงหรอ?”
จุนซูส่ายหน้าเบาๆ “ไม่หรอก ถ้าเตรียมไปแล้วไม่ถูกใจจะได้โดนด่ากันพอดีน่ะสิ”
ยูชอนพยักหน้าหงึกหงักรับรู้ถึงเหตุผลของการมานั่งแช่แป้งดูทีวีอยู่ที่ห้องรับแขกภายในห้องชุดของจุนซูแทนที่จะทำตัวให้เป็นประโยชน์
ชางมินที่เดินเข้ามาในห้องได้ยินบทสนทนานั่นพอดี
“โกหกไม่เนียนเลยนะจุนซู ครั้งก่อนแจจุงถึงกับข้อร้องให้นายทำ แต่นายก็ไม่ทำ”
ชางมินที่ยังแค้นใจเรื่องพุดดิ้งนมสดไม่หาย จัดการเผาเพื่อนรักอีกคนให้มอดไหม้ไปต่อหน้าต่อตา
จุนซูถลึงตาใส่ชางมิน ที่ยืนหันซ้ายหันขวาทำหน้าไม่รู้เรื่อง ยูชอนเองก็ทำได้แค่มองทั้งสองคนอย่างงงๆ ก่อนจะหันกลับไปสนใจทีวีดังเดิม
สงครามเย็นเล็กๆ แตกกระจายเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้น
จุนซูรีบกระโดดข้ามโซฟาเพื่อไปให้ถึงประตูห้องก่อน
แต่ก็แพ้...เพราะขาสั้นกว่า
“ไปยืนทำบ้าอะไรตรงนั้นล่ะจุนซู” แจจุงทักทันทีที่ประตูห้องเปิดและพบท่าทางประหลาดๆ ของจุนซู
“ก็เปล่า”
“เอ้านี่...ช่วยถือไปที่ห้องครัวหน่อย”
พูดจบก็ยื่นถุงสัมภาระที่แวะซื้อก่อนกลับห้องให้กับเพื่อนตัวสูงที่สุดที่มายืนรออยู่หน้าประตู แต่ยังไม่ทันที่ชางมินจะรับถุง ยุนโฮที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลังก็คว้าหมับจัดการถือถุงหิ้วทั้งสองเดินผ่านไป โดยแอบส่งสายตาไม่พอใจเล็กๆ ให้กับชางมิน
“อะไรวะ?” เขาเกาหัวแกรกๆ อย่างไม่เข้าใจที่ถูกมองด้วยสายตาแบบนั้น
แจจุงเดินตามหลังยุนโฮที่ถือถุงวัตถุดิบเข้าไปในครัวแล้วส่งยิ้มให้บางๆ เมื่อเขาวางถุงของลงบนโต๊ะ
“ขอบคุณนะ”
“อือ”
พูดจบก็เดินออกไปทิ้งไว้เพียงความสุขที่ครุกรุ่นอยู่รอบๆ กายแจจุง
.
.
“หมอนั่นให้ความหวังนายอีกแล้วนะ...ฉันว่า” จุนซูที่กำลังหั่นผักพูดเปิดประเด็น
“บ้าน่า...”
มือเล็กๆ หยุดหั่นผักก่อนจะหันหน้ามาจ้องเพื่อนสนิท “นายจะมามุกเดียวกับเมื่อวันก่อนรึป่าวเนี่ย?”
แจจุงแค่หัวเราะตอบ แล้วเปลี่ยนความสนใจไปที่หม้อและกระทะที่อยู่ตรงหน้า ปล่อยให้จุนซูผู้มีความสามารถในการเดา ได้สันนิษฐานเรื่องโน้นเรื่องนี้ไม่รู้จักจบสิ้นต่อไป
อาหารหน้าตาน่าทานหลายจานถูกจัดเรียงอยู่บนโต๊ะอาหาร กลิ่นหอมฉุยทำให้น้ำย่อยในท้องของสมาชิกที่นั่งอยู่รอบๆ โต๊ะอาหารทำงานดีเป็นพิเศษ ยุนโฮมองหน้ายูชอน ก่อนที่ยูชอนจะหันหน้าไปจุนซู
“จะนั่งมองกันอีกนานมั้ย?” จุนซูพูดขึ้น “กินข้าวกันเถอะหิวจะแย่”
ทันทีที่จบประโยค เสียงกระทบกันของช้อนและถ้วยชามก็ดังขึ้นอย่างน่าฟัง ก่อนจะตามมาด้วยบทสนทนามากมายที่ยูชอนและแจจุงเป็นคนเปิดประเด็น...ช่างเป็นอีกมื้อที่จุนซูประทับใจจริงๆ
หลังจากรับประทานอาหารกันจนเสร็จและอิ่มแปล้จนแทบจะเดินไม่ไหวแล้ว ยูชอนและจุนซูอาสาเป็นคนเก็บถ้วยจาน โดยชางมินหายแว้บเข้าไปในห้องพักก่อนที่บทสนทนาสุดท้ายจะจบลงเสียอีก
บนโต๊ะอาหารเหลือเพียงยุนโฮกับแจจุง
“กับข้าวอร่อยมั้ย?” หลังจากเงียบมานานแจจุงก็เป็นคนเปิดประเด็นทำลายความเงียบ
“ก็ดี”
“อืม”
จบบทสนทนา
.
.
“ยูชอนฮะ” ร่างเล็กที่กำลังใช้สก็อตไบท์ถูๆ ทำความสะอาดจานทักคนที่ยืนล้างจานด้วยน้ำสะอาด
“ครับ? ว่าไง?”
“เพื่อนยูชอนน่ะ นิสัยดีมั้ย?”
ยูชอนขมวดคิ้ว “ทำไมเหรอ?”
“เปล่า ผมแค่ถามดู”
“......”
“แจจุงน่ะ ชอบยุนโฮมากเลย แต่ทำไมดูยุนโฮเย็นชา แล้วก็ชอบแกล้งแจจุงบ่อยๆ บอกตามตรงว่า ผมไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่หรอกนะที่เพื่อนยูชอนทำกับเพื่อนผมแบบนี้ ถ้าชอบก็น่าจะบอกว่าชอบ ไม่ชอบก็ไม่เห็นจะต้องมาวุ่นวาย มาให้ความหวังให้เพื่อนผมแอบคิดไปเองข้างเดียว ทำแบบนี้ดูไม่เป็นสุภาพบุรุษเลย” จุนซูร่ายยาว
นี่ขนาดแค่ถามดูนะ?
ยูชอนที่ยืนล้างถ้วยอยู่ถึงกับอึ้งกับประโยคยาวๆ อย่างหาที่สิ้นสุดไม่ได้ ก่อนจะแอบขำเมื่อจุนซูที่รู้ตัวว่าตัวเองพูดเยอะเกินไปหันหน้าหนีแทบไม่ทัน
“ยุนโฮก็เป็นคนแบบนี้แหละครับ” ยูชอนพูดต่อเพื่อไม่ให้ความเงียบเข้ามามากจนเกินไป “อยู่กับผมบางทีก็เมินๆ เฉยๆ ราวกับว่าผมไม่มีตัวตน แต่จริงๆ ก็เป็นคนนิสัยดีมากๆ เลยล่ะ”
“เหรอ?” จุนซูพูดขึ้นอย่างไม่ค่อยเชื่อ
“ครับ...จริงๆ ส่วนเรื่องที่ว่าจะชอบเพื่อนของจุนซูหรือเปล่า ผมก็ไม่แน่ใจ แต่ก็ไม่เคยเห็นหมอนั่นวุ่นวายกับใครได้เท่านี้เลยนะ”
“เห?”
“ก็ อย่างที่เห็นนี่แหละครับ ผมไม่เคยเห็นยุนโฮจะตามใคร หรือไม่ยอมใครขนาดนี้”
“อืมมมมม”
“นี่อาจจะเป็นวิธีแสดงความรู้สึกของยุนโฮล่ะมั้ง” ยูชอนพูดอีกที “แต่ของผมน่ะ...” ยูชอนหยุดพูดแค่นั้น
“อะไรเล่า...เงียบไปเลยนะ!” จุนซูหลับหูหลับตาพูดก่อนจะวิ่งหนีไป โดยทิ้งยูชอนที่เกือบจะตาบอด เพราะเนื่องจากฟองสะบู่จากการสะบัดมือของจุนซูเมื่อสักครู่นั้นกระเด็นเข้าเบ้าตาเต็มๆ
ทันทีที่รวมตัวกันที่โต๊ะอาหารอีกครั้งโดยขาดชางมิน ยุนโฮก็กระแอมเสียงดังเพื่อเรียกร้องให้สองเพื่อนซี้ที่กระซิบกันไม่หยุดหันมาสนใจตัวเอง
“......” จุนซูและแจจุงหันหน้ามองยุนโฮอย่างพร้อมเพรียง
“อะไรติดคอวะเพื่อน?”
“เปล่า ฉันแค่มีเรื่องจะพูด”
แจจุงที่นั่งหันข้างให้ยุนโฮอยู่รีบหันหน้าให้ยุนโฮและแสดงสีหน้าว่าตั้งอกตั้งใจฟังเต็มที่อย่างปิดไม่มิด
“นาย...สอบเสร็จแล้วใช่มั้ย?”
แจจุงพยักหน้าเร็วๆ หลายครั้ง “ใช่”
“ไม่มีงานพิเศษที่ต้องรับผิดชอบแล้วใช่มั้ย?”
“อื้อ”
“ก็ดี”
“ทำไมเหรอ?” สามเสียงพูดขึ้นพร้อมกัน
“ก็ถึงเวลาที่จะต้องใช้หนี้ให้ฉันแล้วน่ะสิ”
ยูชอนมองหน้าเพื่อนสลับกับแจจุงที่นั่งหน้างงๆ อยู่ โดยไม่พูดอะไร และไม่คิดจะพูดอะไรด้วย เพราะรู้ว่าถึงพูดไปก็คงไม่มีประโยชน์ ไม่มีใครขัดใจยุนโฮได้ทั้งนั้น ส่วนจุนซูเอง ก็ไม่ได้พูดอะไร ในใจหวังแค่อยากจะรอดูสถานการณ์ต่อไปเรื่อยๆ เท่านั้น
“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ก็เตรียมของไว้ด้วยละกันฉันจะมารับแต่เช้า” ยุนโฮพูดขึ้นหลังจาเงียบกันไปทั้งโต๊ะพักใหญ่ๆ
“ของ? ของอะไร?”
“ของใช้ส่วนตัวไง นายก็ไปเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้ฉันจนกว่าจะเปิดเทอมก็แล้วกัน”
“......”
“ถ้านายไม่มีปัญหาอะไรก็ตกลงตามนี้ กลับเถอะยูชอน”
ยูชอนลุกตามหลังจากที่ยุนโฮพูดจบ โดยมีจุนซูอาสาไปเปิดประตูห้องให้ ปล่อยให้แจจุงนั่งจมกับความคิดที่ว่า จะจัดเสื้อผ้าแบบไหนดี ต่อไป
หน้าหอพักของแจจุง จุนซู และชางมิน
“นายเอาจริงเหรอยุนโฮ?”
“ฉันก็ไม่เคยทำอะไรเล่นๆ อยู่แล้วนี่” ยุนโฮหันมาตอบก่อนจะเปิดประตูรถยนต์และขับหายไป
ยูชอนมองตามหลังไฟท้ายของรถเพื่อนรักก่อนจะส่ายหัวอย่างเอือมๆ
“ชอบตอบแบบให้ไปคิดเองอีกแล้ว”
**********************
แปดโมงเช้าวันต่อมา
แจจุงอยู่ในชุดเตรียมพร้อมและกระเป๋าเสื้อผ้าขนาดย่อมหนึ่งใบ โดยมีจุนซูและชางมินที่นั่งอยู่ข้างๆ จ้องอย่างไม่วางตา
“จะมองกันอีกนานมั้ยเนี่ย?”
“ซักพักแหละ” ชางมินตอบ
“ฉันว่าฉันได้กลิ่นแปลกๆ นะ” จุนซูพูดบ้าง
“อะไรของพวกนายเนี่ย?”
“ระวังตัวให้ดีๆ แล้วกันนะแจจุง นายนั่นอาจจะกำลังหลอกให้นายตกหลุมรักแล้วก็ทิ้งนายไปก็ได้” จุนซูพูดหลังจากคิดอยู่นาน “นายเคยไปทำอะไรให้ครอบครัวนายนั่นรึเปล่า?”
“ฉันว่านายดูทีวีมากไปนะจุนซู” ชางมินพูดอย่างหงุดหงิด “แต่ยังไงซะ นายก็ต้องดูแลตัวเองดีๆ ด้วยนะแจจุง มีปัญหาอะไรก็รีบโทรมาเลย”
“อื้อ ฉันไปทำงานนะ ไม่ได้ไปออกรบ”
“ชิ งานบ้าอะไรทำก็ไม่เห็นได้ตังค์” จุนซูบ่นอุบอิบ แต่แจจุงได้ยิน
“ไม่ได้เงิน แต่ได้ใจมามันก็คุ้มนะ” พูดจบก็เอามือปิดปากหัวเราะร่วนอย่างถูกอกถูกใจ โดยมีชางมินและจุนซูนั่งทำท่าจะอ้วกอยู่ข้างๆ
ไม่นานหลังจากนั้นเสียงกริ่งหน้าห้องก็ดังขึ้น
แจจุงลุกไปเปิดประตู และก็พบว่ายุนโฮมารับเขาแล้ว
ยุนโฮในชุดสูทสีดำผูกเนคไทค์พร้อมกับสวมแว่นเรย์แบนสีดำอันใหญ่ บอกได้คำเดียวว่า หล่อมาก ><
“น...นายจะไปไหนเหรอ?” แจจุงพูดตะกุกตะกัก เมื่อมาเห็นยุนโฮในชุดที่หล่อขนาดนี้อยู่หน้าห้องของเขาเอง บอกตามตรงว่า แพ้คนใส่สูท
“พอดีมีธุระที่บริษัท” ยุนโฮตอบห้วนๆ “ไปเอากระเป๋ามาสิ”
“ไม่เข้ามานั่งพักหน่อยเหรอ?” จุนซูที่เดินตามมาทีหลังเอียงคอหลบหลังประตู
“ไม่ล่ะ ถ้านายยังเตรียมตัวไม่เสร็จก็ไปจัดการให้เรียบร้อยนะ ฉันลงไปรอข้างล่าง” พูดจบก็หันหลังเดินกลับไปทันที
“อย่าเพิ่ง” แจจุงส่งเสียงเรียก
ยุนโฮหันกลับมามอง
“เสร็จแล้ว รอแป๊ปนึง” ก่อนจะหันหลังไปคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าออก “ไปก่อนนะ เดี๋ยวแวะมาหา” พูดจบก็โบกมือลาเพื่อนๆ แล้วรีบวิ่งไปหายุนโฮที่ยืนอยู่ไม่ไกล
เรื่องอะไรจะปล่อยโอกาสให้เดินคู่กับยุนโฮหลุดลอยไปล่ะ...แค่นี้ก็ดีแล้ว ^^
To Be Continued...
AN : มาตามสัญญาแล้ว ถึงจะสั้นก็ไม่เป็นไรหรอก....................ใช่มั้ย? XD