[Fic] วีรกรรรม...ทำเพื่อนาย (3)
posted on 18 Sep 2009 14:09 by tangmoez in 02-Fiction, Fiction-MadeItForU
Title :: วีรกรรม...ทำเพื่อนาย (3)
Paring :: Yunho x Jaejoong
Rate :: PG-13
Author :: Tangmoez
Warning :: เนื้อเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่ง มีเจตนาเพียงเพื่อสร้างความบันเทิงเท่านั้น เนื้อหาเป็นแนว Boy's love หรือ Yaoi หากมีผู้ใดที่ความคิดไม่ตรงกัน ขอให้ปิดหน้านี้ลงอย่างสันติค่ะ ^^
Chapter 3
หลังจากอาหารมื้อเช้าวันอาทิตย์สิ้นสุดลง ทั้งแจจุงและยุนโฮต่างก็ทำหน้าที่ของตนเองที่ได้ตกลงกันไว้เมื่อเช้าเป็นอย่างดี ยุนโฮที่แอบลอบมองแจจุงที่กำลังเติมน้ำไป ร้องเพลงไป เขาอมยิ้มและคิดได้ว่า ถึงแม้จะต้องปะทะฝีปากกันบ่อยๆ แต่มันก็ทำให้เขาไม่เหงาเหมือนก่อนหน้านี้จริงๆ
“คุณแจจุง ปีนี้คุณเรียนปีไหนแล้ว?” ยุนโฮถามขึ้นขณะที่แจจุงกำลังดูทีวีเพราะทำงานในส่วนของตนเสร็จแล้ว
“กำลังจะขึ้นปีสาม ถามทำไม?”
“คุณอายุห่างจากผมตั้ง 7 ปีแน่ะ คุณไม่คิดจะพูดกับผมให้เพราะๆ บ้างเหรอ?”
“ฮะๆ” แจจุงหัวเราะให้กับคำถามนั้น “กับพ่อฉันยังบังคับฉันไม่ค่อยจะได้ นายเป็นใครเนี่ย?” ส่ายหัวราวกับเอือมแล้วเอนตัวลงกับหมอนอิงบนโซฟาเพื่อดูทีวีต่อ
ยุนโฮไม่เถียงต่อเขาแค่หัวเราะ “หึหึ” ในลำคอกับคำตอบ ก่อนจะเดินเลี่ยงเข้าไปในบ้านเพื่อทำงานบ้านต่อ
เช้าวันจันทร์เป็นอีกวันที่ยุนโฮตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุก ต่างจากคนที่นอนข้างๆ ตัว ที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่ข้าง แต่เมื่อยุนโฮอาบน้ำแต่งตัวใกล้เสร็จแล้ว แจจุงก็ตื่นขึ้นมาบริหารปาก
“อาบน้ำแต่งตัวจะรีบไปไหน?” แจจุงถามขณะขยี้ตาตัวเอง
“ไปทำงานน่ะสิ บริษัทผมไม่มีปิดเทอมเหมือนมหาลัยหรอกนะ” คนที่กำลังจัดเนคไทด์อยู่ตอบ
แจจุงพยักหน้ารับรู้ “อืม...ฉันก็ลืมไป เผลอคิดว่านายเกษียณแล้วทุกที” เจ้าเด็กปากร้ายว่าแล้วยิ้มหวานแทบบาดใจ
ยุนโฮไม่มีเวลามาเถียงกับคนที่นั่งอยู่บนเตียงมากนักเพราะวันนี้เขามีประชุมแต่เช้า หากตัดสินใจต่อความยาวสาวความยืดงานการของเขาก็คงไม่ต้องทำกันพอดี
เขาเดินช้าๆ อย่างวางมาดมาหาคนเจ้าตัวแสบที่นั่งหน้าง่วงอยู่บนเตียง ขยี้ผมอย่างอารมณ์ดี “ดูแลบ้านให้ดีนะ อย่าให้ใครเข้ามาล่ะ”
อาจจะเพราะว่ายังเช้าอยู่ทำให้การประมวลผลของสมองแจจุงทำงานช้าไปเสียหน่อย เพราะกว่าที่แจจุงจะเข้าใจว่ายุนโฮบอกว่าตนเป็นสุนัขเฝ้าบ้าน ยุนโฮก็ออกจากบ้านไปแล้ว ปล่อยให้แจจุงนั่งทึ้งผมคนเดียวราวกับคนบ้าด้วยความที่ทำอะไรไม่ได้
‘ติ๊งหน่อง’
เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้นเรียกให้แจจุงต้องชะเง้อหน้าไปมองว่าใครคือผู้มาเยือน แล้วก็พบว่าคนคนนั้นคือ ‘สขพ.’ ที่ยุนโฮบอกนั่นเอง
“ว่ายังไง” แจจุงยิ้มและเปิดประตูให้จุนซูเข้ามาในเขตบ้าน “เข้ามาข้างในก่อนสิ” จุนซูยิ้มรับและเดินตามแจจุงเข้าสู่ตัวบ้าน
มือเล็กๆ วางแก้วน้ำและขวดน้ำให้แขกแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาข้างๆ “นายไม่มีงานทำเหรอ?”
“ไม่มี” จุนซูยิ้มรับก่อนจะยกน้ำขึ้นมาดื่ม “คนที่ทำงานน่ะยูชอน”
“นายอยู่เป็นแม่บ้านงั้นสิ” คนสวยพูดหยอกก่อนจะขำกับใบหน้าที่แดงซ่านของจุนซู “มิน่า...ไม่เห็นนายสองคนมาด้วยกัน”
“อื้อ วันนี้ยูชอนมีประชุมแต่เช้าเหมือนยุนโฮนั่นแหละ...ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย” จุนซูพูดพลางทำหน้าหงอย
“แล้วทำไมนายไม่ทำให้ยูชอนล่ะ”
“ตื่นไม่ทัน...ทุกเช้า...ยูชอนตื่นก่อนผมแล้วก็ไปทำงานก่อนทุกที”
“นายก็ทำอาหารกลางวันไปให้ยูชอนแทนสิ” แจจุงเสนอพลางดีดนิ้วเปาะ
จุนซูส่ายหน้าเบาๆ “ไม่ดีกว่า...ผมทำกับข้าวไม่อร่อย” ก่อนจะส่งยิ้มให้จนเห็นฟันครบสามสิบสองซี่
แจจุงทำตาโตราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ “งั้น...ปลากระป๋องวันก่อน ฝีมือนาย” จุนซูพยักหน้ารับเบาๆ “ไม่อร่อยจริงๆ ล่ะ”
เงียบกริบ...ก่อนจะหัวเราะไปพร้อมๆ กัน
ถึงจุนซูจะปฏิเสธที่จะทำอาหารกลางวันไปให้ยูชอน แต่แจจุงตัวดีก็คะยั้นคะยอให้ทำ และทำในส่วนของตนเองด้วย โดยฝากให้จุนซูเอาไปให้
“เมื่อเช้านี้ฉันก็ไม่ได้ทำกับข้าวให้ยุนโฮเหมือนกัน ฝากไปให้หมอนั่นด้วยนะ” จุนซูยิ้มรับก่อนโค้งลาแจจุง
ที่บริษัทของยุนโฮและยูชอน หลังจากที่ปิดประชุมไปเมื่อตอนสาย ยุนโฮก็นั่งจมอยู่กับกองเอกสารที่ท่วมหัว ปั่นงานเต็มที่ด้วยความที่หวังว่าอยากจะเจริญก้าวหน้ากว่านี้ เบื่อแล้วที่จะต้องเป็นพนักงานฝ่ายขายธรรมดาๆ คนหนึ่ง
“หิวข้าวจัง” ยูชอนแสร้งบ่นโอดครวญเสียงดังเรียกร้องความสนใจ แต่ก็ไม่ได้ผล “นายไม่หิวเหรอ?” เมื่อเห็นว่าใกล้จะเที่ยงแล้วแต่ยุนโฮคนขยันไม่กระดิกตัวจากโต๊ะทำงานเลยสักนิด
คนตัวสูงกว่าเงยหน้าขึ้นมาก่อนตอบ “หิวดิ ถามได้”
“แล้วทำไมนายไม่ไปกินสักทีล่ะ?” คนหน้าหล่อถามอย่างไม่เข้าใจ ก็เจ้าเพื่อนตัวดีบอกว่าหิวแต่กลับนั่งทำงานต่อซะอย่างนั้น
“รอให้เอกสารกองนี้เสร็จก่อนแล้วค่อยไปละกัน”
“ฉันหวังว่าตอนเอกสารนายเสร็จ จะไม่หมดเวลาพักก่อนนะ” ยูชอนเดินคอตกกลับไปที่นั่งตนเอง ตัวเขาเองหิวแทบไส้จะขาด แต่จะให้หนีไปกินคนเดียวโดยไม่รอเพื่อนเขาก็ทำไม่ได้หรอกนะ
ขณะนั้นเอง
“ยูช๊อนนนนน!!” เสียงแหลมปรี๊ดของจุนซู ทำให้พนักงานในบริษัทหันมามองกันเป็นตาเดียว ยูชอนรีบทำท่าจุ๊ปากส่งสัญญาณให้เงียบเสียงให้เร็วที่สุด จุนซูยิ้มกว้างก่อนจะวิ่งมาหา และเฉลยคำตอบให้กับใบหน้างงๆ ของแฟนหนุ่มที่ถามว่า มาทำอะไร “ฉันทำข้าวกลางวันมาให้” จุนซูรีบชูปิ่นโตของตนขึ้นเหนือโต๊ะทำงาน
“จะดีเหรอเนี่ย?” ยูชอนถามกับตัวเองเบาๆ
คนตัวเล็กอมยิ้มกับหน้าตาช็อคโลกของยูชอน “สบายใจได้ วันนี้แจจุงเป็นคนทำ ... มีของคุณด้วยนะ คุณยุนโฮ” หันไปคุยกับกองเอกสารที่บังหน้าเจ้าของชื่อ
“ครับ...ของผม?” ยุนโฮเงยหน้าถามและชี้ตัวเองอย่างไม่เข้าใจในคำพูดของจุนซู
“ครับ แจจุงฝากข้าวเที่ยงในส่วนของคุณมาให้ด้วย...น่ากินเชียวล่ะ” ก่อนจะวางลงบนโต๊ะทำงานของยุนโฮ
‘เจ้าเด็กนั่นก็มีน้ำใจเหมือนกันแฮะ’ ยุนโฮยิ้มกับอาหารน่าตาน่าทานตรงหน้า
“รีบกินเถอะครับ เดี๋ยวมันเย็นแล้วจะไม่อร่อย” จุนซูบอกหลังจากเห็นยุนโฮเอาแต่นั่งจ้องกล่องอาหารกลางวันอยู่เสียนาน “แจจุงไม่ใส่ยาถ่ายลงไปแน่...ผมรับประกัน” ก่อนจะหันไปคุยเจื้อยแจ้วกับยูชอนต่อ “ลองชิมดูสิ...แจจุงสอนฉันทำล่ะ...ถ้าอร่อยพรุ่งนี้จะทำมาให้อีก...บลาๆๆ”
“ทานล่ะน้า~” ยุนโฮกับยูชอนเอ่ยขึ้นพร้อมกันและเริ่มทานอาหาร
.
.
อาหารมื้อนั่นของแจจุงและจุนซูทำให้ยุนโฮกับยูชอนประทับใจอย่างเสียไม่ได้ จุนซูจึงอาสานำอาหารกลางวันมาส่งให้ทุกวัน ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ตัวจุนซูและยูชอนเองก็ปรารถนาอยู่แล้ว ต่างกับแจจุง
“จะบ้าหรอ ให้ฉันทำทุกวันเหนื่อยตายเลย” แจจุงบอกพลางเดินหนีเพื่อนบ้านที่เดินตามและคอยทำท่าทางน่ารักๆ ให้ตลอดเวลา
“น้า...นะ...แจจุงอ่า...ผมอยากช่วยอะไรยูชอนบ้าง” ก่อนจะเอาแก้มถูไปถูมากับแขนเสื้อของคนสวย “ยุนโฮกับยูชอนทำงานหนักมากๆ เลยนะ…ได้โปรด”
สิ้นเสียงคำสุดท้ายแจจุงก็ต้องพ่ายแพ้ต่อลูกอ้อนของจุนซู อย่างนี้เสียทุกวันทำไมเขาต้องมายอมอ่อนข้อให้กับเพื่อนบ้านเอ๋อๆ คนนี้ด้วยนะ ตัวแจจุงเองก็ไม่เข้าใจ
หลังจากลงมือทำอาหารและจัดการจัดใส่กล่องอย่างเรียบร้อยแล้ว อยู่ๆ เพื่อนบ้านที่แจจุงไม่ค่อยเห็นหน้าค่าตาก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามาในบ้านของแจจุง...ไม่สิ ของยุนโฮ อย่างไม่รอคำอนุญาต
“พี่จุนซูเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!” ชิมชางมินน้องเล็กแห่งบ้านข้างเคียงบอกกับพี่ชายที่ยืนหน้าแป้นแล้นอยู่ข้างๆ คนสวย
“มีอะไรเหรอมินนี่?” มือน้อยๆ ชะงักจากการกล่องอาหาร ถามเด็กชายข้างๆ ด้วยแววตาฉงนสงสัย
“เจ้าของหมู่บ้านกำลังจะจัดประชุมเลือกหัวหน้าคนใหม่...ใครที่สมัครไว้แล้วไม่ไปรายงานตัวจะโดนตัดสิทธิ์นะ” เด็กชายตัวสูงรีบไขข้อข้องใจให้กับพี่ชาย ก็จะไม่ให้ตื่นเต้นได้ยังไงเล่าก็พี่ชายคิมจุนซูของเขาครองตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านมาหลายปีแล้ว เกิดเสียสิทธิ์ให้กับคนอื่นแค่เพราะไม่ไปรายงานตัว คงจะไม่ดีแน่
“ว่าไงนะ?” จุนซูถามย้ำ ชางมินไม่ได้ตอบเพียงแค่ส่งสายตาประมาณว่า ‘อย่างที่ผมบอกไปนั่นแหละ’ เท่านั้นเองจุนซูรีบจัดการถอดผ้ากันเปื้อนของตนเองออกและจัดการเก็บเข้าทีก่อนจะฝากฝังงานให้กับน้องชาย “บอกทางไปที่ทำงานให้คุณแจจุงด้วย” แล้ววิ่งแจ้นไปจนแจจุงรั้งไว้ไม่ทัน
แจจุงได้แต่มองตามร่างกลมๆ ที่วิ่งดุ๊กๆ ไปตามถนนหน้าบ้านจนลับสายตา ก่อนจะฝากสายตาสงสัยให้ไว้กับชางมินน้อยที่ยืนเอ๋ออยู่ข้างหน้าเขา
“สวัสดีครับ...คุณแจจุง...ขอโทษด้วยนะครับที่ไม่เคยมาแนะนำตัวอย่างเป็นทางการสักที” ชางมินทักทายแล้วโค้งให้กับหนุ่มรุ่นพี่
“ฉันฝากนายเอาข้าวไปให้สองคนนั้นได้มั้ย?” ร่างบางถาม เหมือนกับว่าไม่ได้ใส่ใจกับคำทักทายก่อนหน้านี้เลยสักนิดเดียว
ชางมินส่ายหน้าเบาๆ “เกรงว่าจะไม่ได้ครับ ผมมีนัดเรียนพิเศษอีกสองชั่วโมงข้างหน้านี้”
แจจุงได้แต่หน้ามุ่ยอย่างไม่พอใจ เขาไม่ได้อยากจะไปส่งข้าวให้สองคู่หูไก่หมีนั่นเสียหน่อย แต่ถ้าหากไม่ทำแล้วจุนซูมางอนเขาอีกก็คงไม่ดีแน่ๆ เช่นกัน...ทำไมเขาถึงแคร์จุนซูขนาดนี้นะ?
ร่างบางรับแผนที่มาจากชางมินแล้วเริ่มเดินหาป้ายรถเมล์ที่จะไปที่ทำงานของยุนโฮเพื่อนำอาหารกลางวันไปส่ง ‘เอาข้าวไปส่งให้...ช่วยฉันทำงานด้วยละกันนะเจ้าหมี’ คนสวยบ่นกระปอดกระแปดในใจก่อนจะก้าวขึ้นรถเมล์สายที่รอมาเสียนาน
ไม่ถึง 20 นาทีรถเมล์ก็จอดที่ป้ายจุดหมายปลายทาง ซึ่งอยู่หน้าบริษัทของเป้าหมายพอดี คนตัวเล็กเดินหิ้วกล่องอาหารก่อนจะวิ่งขึ้นไปในอาคารเพื่อหลบแสงแดดที่ร้อนแรง
“แผนกฝ่ายขายอยู่ตรงไหน?” แจจุงถามกับพนักงานต้อนรับที่ยืนยิ้มอยู่หน้าบริษัทด้วยรอยยิ้มที่เหมือนทำจากพลาสติกมากกว่าของจริง “ขอบใจ” ร่างบางตอบก่อนจะเดินไปตามทางที่ถูกแนะนำมา
ประตูลิฟต์เปิดออกสู่ชั้นที่ทำงานของยุนโฮ ร่างบางก็เดินตรงดิ่งไปยังประตูเป้าหมาย เพียงแค่หลุดเข้ามาในโซนที่ทำงานเท่านั้น สายตาแทบทุกคู่ในบริเวณนั้นก็มองกันเป็นตาเดียว
“มองอะไร!” แจจุงตะคอก ทำให้บรรดาพนักงานสาวน้อยสาวใหญ่ หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่หัวหดกันเป็นแถว
เสียงหวานๆ ห้าวๆ นั่น ทำให้ยุนโฮที่นั่งอยู่ไม่ไกลนึกเอะใจ ‘เสียงคุ้นๆ’ ยุนโฮคิดก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานของตัวเอง ก็พบ... “แจจุง...คุณมาทำอะไรที่นี่?” เสียงดังไม่แพ้แจจุงที่ตะโกนออกไปเมื่อครู่ รอยยิ้มเล็กๆ อย่างโล่งใจ ปรากฏบนใบหน้าของคนสวยเป็นเชิงว่า เจอซะทีก่อนจะเดินลิ่วๆ เอากล่องอาหารมาวาง
“จุนซูเหมือนจะติดประชุมหัวหน้าหมู่บ้านอะไรก็ไม่รู้ เลยให้ฉันเอากับข้าวมาให้นายสองคน” พลางพยักพะเยิดหน้าไปทางยูชอนอีกคน
“มาถูกได้ยังไง?”
“ฉันไม่โง่นะ” คนสวยหน้ามุ่ยก่อนจะตอบ “ฉันไม่รอหิ้วกล่องข้าวไปเก็บให้ด้วย...กลับล่ะ” ยังไม่ทันที่จะลุกยุนโฮก็คว้าข้อมือนั่นไว้ก่อน
“จะรีบไปไหน? ดูฟ้ามั่งสิอีกสักเดี๋ยวฝนตกแน่ๆ”
“ฝนตกบ้าอะไร ฉันวิ่งหนีแดดมาแทบตาย...อย่ามาไร้สาระน่า ขี้เกียจหิ้วกล่องข้าวกลับก็บอกมาเถอะ” แจจุงจี้จุดอย่างรู้ทัน...ในความคิดของตัวเอง
“ผมพูดจริงๆ” ร่างสูงตอบ “ตามใจ...จะกลับก็กลับ” พูดจบก็ปล่อยข้อมือของคนตัวเล็กกว่าไป แจจุงเบะปากก่อนจะสะบัดหน้าหนี
เมื่อแจจุงเดินออกจากบริษัทแสงแดดที่แผดเผาทำให้แจจุงอารมณ์เสียยิ่งกว่า “แดดร้อนยังกะจะโดนปิ้งอยู่แล้ว ยังมีหน้ามาบอกว่าฝนจะตกอีก” บ่นกับตัวเองเสร็จก็เดินกระแทกส้นเท้าไปหาสะพานลอยเพื่อข้ามไปยังอีกฝั่งของถนนเพื่อนั่งรถกลับบ้าน
จากอากาศที่ร้อนๆ อยู่เมื่อสักครู่ เมื่อขึ้นบนรถเมล์อุณหภูมิบนรถก็เย็นเสียเหลือเกินจนทำให้ร่างกายปรับตัวแทบไม่ทัน รถเมล์จอดสนิทอยู่ที่ป้ายหน้าหมู่บ้าน แจจุงเดินลัดเลาะไปตามเงาของต้นไม้ตลอดทางเพื่อหลีกเลี่ยงแสงแดดที่กำลังแผดเผาสิ่งมีชีวิตบนโลก ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากบ่นถึงคนที่เพิ่งไปส่งข้าวมาให้ ท้องฟ้าก็ครึ้มลงก่อนเม็ดฝนจะเทลงมา
“อ้าวเฮ้ย...ตกจริงๆ ด้วย” แจจุงอุทานก่อนจะรีบวิ่งแจ้นเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ซอกแซกไปมาเพื่อให้ถึงบ้านของตน ตัวเปียกมะลอกมะแลกแทบจะเป็นลูกหมาตกน้ำ ย่ำเท้าเปียกๆ เดินเข้าภายในบ้านเพื่อรีบไปเก็บผ้าที่ยุนโฮตากเอาไว้เมื่อตอนกลางคืน
“วันนี้มันบ้าอะไรเนี่ย” บ่นไปมาขณะดึงผ้าที่ตากลงตะกร้าก่อนจะรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
เย็นมากแล้วสายฝนที่ตกลงมาตั้งแต่ช่วงบ่ายยังไม่หยุดลงง่ายๆ ประเดี๋ยวก็ตกหนัก ประเดี๋ยวก็เบา เสียงฝนทำให้ร่างบางที่นอนสูดขี้มูกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟาเริ่มง่วง “ฮัดชิ่ว!” จามส่งท้ายก่อนจะผล็อยหลับไป
ฝนที่ตกลงมาทำให้การจราจรติดขัดร่างสูงที่นั่งอยู่บนรถส่วนตัวจิ๊ปากอย่างไม่พอใจกับเหตุการณ์ข้างหน้ากระจก เหนื่อยก็เหนื่อยอยากนอนจะตายอยู่แล้วต้องมาทนติดฝนกับพวกบ้านี่บนถนนอีกด้วย ผิดกับยูชอนเพื่อนสนิทที่ดูจะมีความสุขเสียเหลือเกิน เพราะหลับไปตั้งแต่ขับรถออกมาจากบริษัทได้ไม่ถึงสองนาที “คราวหน้าฉันให้แกขับแน่” ยุนโฮบ่นอย่างอารมณ์เสียให้เพื่อนปากห้อยที่หลับไม่รู้เรื่อง
กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็มืดสนิท...ใช่ มืดสนิท ไฟไม่เปิดซักดวง ยุนโฮมองเข้าไปภายในบ้านอย่างเคืองๆ เดี๋ยวโจรก็ขึ้นบ้านพอดีมืดๆ แบบนี้ ... มือใหญ่ๆ คลำหาสวิทซ์ไฟอย่างชำนาญ เมื่อหลอดไฟติดตามที่ต้องการสายตาของยุนโฮก็ไปสะดุดกับร่างเล็กๆ ที่นอนคุดคู้อยู่บนโซฟา
“ไงล่ะ...บอกแล้วว่าฝนจะตกก็ไม่เชื่อ” เดินสามขุมตรงไปก่อนจะดึงเสื้อแรงๆ “นี่คุณง่วงก็ไปนอนในห้องสิ นอนตรงนี้เดี๋ยวก็เป็นไข้กันพอดี”
“......”
“นี่...” สะกิดอีกทีที่แขน “อ้าว ตัวร้อน...เป็นไข้นี่หว่า” ยุนโฮรีบชักมือกลับอย่างตกใจ ‘ลำบากตูอีกล๊ะ’ ก่อนจะอุ้มร่างบางที่หลับไปเพราะพิษไข้เข้าไปในห้องนอน
ยุนโฮเดินไปเดินมาระหว่างห้องน้ำกับห้องนอนอยู่หลายเที่ยวเพื่อเปลี่ยนน้ำที่ใช้เช็ดตัวให้คนไข้ที่นอนซมอยู่บนเตียง
ใบหน้าที่ขาวอยู่แล้ว ตอนนี้ขาวยิ่งกว่าเพียงแต่ไม่มีเลือดฝาดเหมือนอย่างเคย ยุนโฮลูบเส้นผมสีดำของแจจุงไปมา ทำไมกันนะ ทั้งๆ ครั้งแรกที่เจอเขายังอยากจะบีบคอเจ้าเด็กนี่จะตายไป แต่ทำไมตอนนี้กลับปล่อยให้เจ้าตัวแสบนอนสิ้นฤทธิ์อยู่อย่างนี้ไม่ได้เลย ปากซีดๆ ของแจจุงเป่าลมร้อนออกมา บ่งบอกให้รู้ว่าหลับสนิท ยุนโฮขำกับท่าทางนั่นก่อนจะเปลี่ยนผ้าผืนใหม่ไปวางลงบนศีรษะแทน
หลายชั่วโมงผ่านไป ตัวของแจจุงเริ่มอุ่นขึ้นจนร่างสูงเริ่มสบายใจว่าพิษไข้จะไม่ทำร้ายคนที่กำลังนอนหลับอยู่เป็นแน่แท้ จึงลุกไปอาบน้ำชำระร่างกายตัวเองบ้าง
มือหนาๆ เช็ดผมตัวเองลวกๆ ก่อนจะเดินไปหยิบไดร์เป่าผมแล้วออกไปเป่าผมนอกห้องนอน เพราะเกรงว่าเสียงที่ดังอาจจะทำให้แจจุงตื่นขึ้นมาด่าเขาก็เป็นได้ เมื่อกลับเข้ามาอีกทีมือหนาๆ สัมผัสที่หน้าผากและแก้มของแจจุงก็รับรู้ว่า ตอนนี้ร่างบางไม่มีไข้แล้ว แทนที่จะละมือออก แต่ยุนโฮกับลากมือไปมาบนแก้มเนียนใสนั่นเบาๆ อย่างเพลิดเพลิน สายตาจ้องมองเจ้าตัวแสบที่ตอนนี้สิ้นฤทธิ์ไปเสียแล้ว ไม่รู้คิดอะไรอยู่ จู่ๆ ยุนโฮก็โน้มศีรษะเข้าไปใกล้แจจุงมากขึ้น ปากกลมๆ ที่ตอนนี้เริ่มแดงแล้วทำให้ยุนโฮอดไม่ได้ที่จะเลียริ่มฝีปากตัวเองอย่างหื่นกระหาย(?) ก่อนจะก้มลงหมายจะจุมพิตเจ้าหญิงนิทรา
“ฮัดชิ่ว!” ยังไม่ทันที่จะได้จูบ เจ้าตัวดีก็จามใส่หน้าเขาซะอย่างนั้น ยุนโฮรีบเด้งตัวขึ้นราวกับติดสปริง เพราะกลัวว่าแจจุงจะตื่นขึ้นมาแล้วกล่าวหาเขาว่าจะทำมิดีมิร้าย (ก็แล้วจริงมั้ยล่ะ) ก่อนจะเอาผ้ามาเช็ดคราบน้ำลายน้ำมูกที่กระเด็นใส่เขาเมื่อสักครู่
‘นี่เราคิดบ้าอะไรอยู่วะ?’ เขาถามตัวอย่างไม่เข้าใจก่อนจะเอากะละมังน้ำสุดท้ายไปเททิ้งแล้วทิ้งตัวลงนอนข้างแจจุงเช่นเคย ‘บ้าไปแล้วแน่ๆ’
to be con...
AN : ((ยิ้มหวาน)) มาต่อ วีรกรรมฯ แล้ว
My Boy ได้แต่งต่ออยู่แต่ยังหาความพอดีไม่ค่อยได้ เลยยังไม่เอามาลง
ส่งท้ายก่อนสอบ แล้วก็จะหายไปเป็นชาติอีกครั้ง ฮะๆ
ชมได้ ห้ามด่านะ คึคึ !