“วันนี้คุณกด F5 เพื่อพบธีมใหม่แล้วรึยัง?”


 

Title: วีรกรรม...ทำเพื่อนาย
Paring: Yunho x Jaejoong
Genre: Comedy, AU
Rate: PG-13
Warning: เรื่อง นี้เกิดจากจินตนาการของผู้แต่งเป็นความพึงพอใจส่วนบุคคล มีเจตนาเพื่อสร้างความบันเทิงเท่านั้น เนื้อหาเป็นแนว Boy's Love หรือ yaoi อาจมี คำไม่สุภาพที่สร้างความไม่พอใจ ขัดเคืองใจให้กับท่านผู้อ่านได้ หากท่านผู้อ่านท่านใดมีความชอบที่แตกต่างกัน ขอให้ปิดหน้านี้ลงอย่างสันติ ขอบคุณค่ะ

อ่านทบทวนความจำที่ content นะคะ :P

 

 

 

 

 

CHAPTER 4


 

วันนี้ยุนโฮต้องลางานทั้งวันเพื่ออยู่เป็นเพื่อนคนป่วย ถึงแม้คนป่วยที่ต้องดูแลเหมือนจะหายเป็นปลิดทิ้งแล้วถ้าเปลี่ยนจากการสังเกตุอุณหภูมิบนร่างกายเป็นคำพูดที่สรรหามาเสียดสีเขาได้ไม่หยุดไม่หย่อน

“อย่ามาทำเป็นพูดดีว่าเป็นห่วงฉันเลย...ขี้เกียจไปทำงานก็บอกมา กะว่าจะให้ฉันชมนายให้พ่อฉันฟังล่ะสิ”

ยุนโฮทำถอนหายใจแรงๆ อีกรอบหนึ่ง เป็นไปได้ตอนนี้เขาก็อยากจะเปลี่ยนใจกลับไปทำงานแล้วล่ะ ทั้งสบายใจและก็สบายกาย ไม่มีใครมาคอยจิกเขาเป็นไก่เป็นไก่แบบนี้แน่ๆ

“คุณจะกินอะไรเดี๋ยวผมจะออกไปซื้อให้” ยุนโฮเปลี่ยนเรื่อง เขาลุกไปหยิบกุญแจรถก่อนจะหันมามองแจจุงที่นอนคว่ำหน้าอ่านนิตยาสารอยู่บนโซฟา

“อยากกินไอติม”

“ข้าวน่ะ ผมหมายถึงข้าว ส่วนไอติมไว้หายดีก่อนค่อยไปกินละกัน”

แจจุงถลึงตาใส่ก่อนจะปิดหน้านิตยาสารลงแรงๆ “ข้าวน่ะ ที่นายหมายถึงน่ะฉันหากินเองได้ ส่วนไอติมฉันหากินไม่ได้ อยากกินตอนนี้เข้าใจมั้ย?”

“คุณนี่มันวุ่นวายของแท้เลย” เขาส่ายหน้าก่อนจะหันหลังให้ “ถ้าป่วยอีกรอบอย่ามาร้องก็แล้วกัน”

แจจุงที่นอนหน้าบูดอยู่ลุกขึ้นราวกับติดสปริงก่อนจะมายืนกางแขนกางขาขวางประตูเอาไว้ ยุนโฮถามคำถามผ่านสายตาก่อนจะได้รับคำตอบที่ทำเอาเขาหมดแรง “ฉันไปด้วย อยากออกไปข้างนอก”

“คุณจะออกไปทำไมอยู่บ้านนี่แหละ”

“ก็ฉันอยากออกไปกินข้าวนี่”

“แล้วไหนว่ามีปัญญาหากินเองไง” เขาย้อน

“ไม่ต้องพูดมากได้มั้ย? ฉันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวมา ห้ามไปก่อนนะไม่งั้นฉันจะหนีออกจากบ้าน” พูดจบก็วิ่งหายเข้าไปในห้องนอน ยุนโฮแอบมีความคิดที่ว่าจะออกไปก่อน เพราะถ้าหากแจจุงหนีออกจากบ้านอย่างที่พูดจริงๆ เขาคงจะสบายไม่ใช่น้อย (หุหุ)

แต่แล้วเขาก็รอจนกระทั่งแจจจุงออกมา

แจจุงออกมาจากห้องพร้อมเสื้อผ้าที่ดูดีมีสไตล์ ทำเอายุนโฮต้องก้มมองเสื้อผ้าที่ตัวเองใส่ แจจุงมีความสามารถในการยกระดับของตัวเองขึ้นไม่พอ ยังมีความสามารถในการกดให้คนอื่นต่ำลงไปอีกเสียด้วย

“ผมพาคุณไปเดินตลาดนะ ไม่ใช่ไปเดินแบบไม่ต้องแต่งตัวเวอร์ขนาดนี้ก็ได้”

“แล้วไง?” คำถามสั้นๆ ที่ทำเอายุนโฮไปต่อไม่เป็น “ถ้ารู้ตัวว่าแต่งตัวไม่ดีก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะสิ หรือว่านอกจากจะต้องรับหน้าที่เป็นคนดูแลฉันแล้วยังอยากจะเป็นคนขับรถด้วย ไม่เปลี่ยนก็ตามใจนะ ฉันจะไปรอบนรถ” พูดจบก็ถือวิสาสะดึงกุญแจรถที่อยู่ในมือยุนโฮออกก่อนจะปลดล็อกรถและไปนั่งรอ

ระหว่างที่ยุนโฮไปเปลี่ยนเสื้อผ้า...

 

ไม่ใช่ว่าเขารู้สึกดีอะไรหรอกนะ แต่มันก็โอเคที่ทำให้เขารู้สึกว่าไม่ได้ลางานมาแบบเปล่าๆ ปี้ๆ ยังไงดีล่ะ เอาเป็นว่า...มันอาจมีข้อดีอยู่บ้าง เพราะอย่างน้อยมันก็ทำให้เขาได้เห็นอีกมุมหนึ่งของแจจุง มุมที่สดใสเหมาะกับวัย นอกเหนือจากมุมร้ายๆ ที่ชอบพูดจาสามหาว ไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ ไร้ซึ่งความเกรงใจและบลาๆๆๆ

แจจุงเดินเข้าเดินออกร้านในห้างสรรพสินค้าเป็นว่าเล่น จับนู่น ลองนั่น ไปทั่ว ยุนโฮคงจะไม่ว่าอะไรถ้าแจจุงจะซื้อมันและก็จะไม่บ่นด้วยถ้าหากเงินที่แจจุงใช้ช้อปแหลกนั้นเป็นเงินของแจจุงเอง

“ผมว่าคุณหยุดซื้อได้แล้วนะ” ยุนโฮยกถุงที่แบ่ง อันที่จริงต้องเรียกว่า ยัด มาจากแจจุงขึ้นสูง “มันมากเกินไปแล้วนะ” เขาหมายถึงเงินที่เขาเสียไปน่ะมันมากแล้ว

แจจุงลอยหน้าลอยตาทำเป็นไม่ได้ยินและเดินเล่นไปเรื่อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ซื้ออะไรเพิ่มอีก ร่างเล็กแค่ต้องการให้ยุนโฮเหนื่อยเท่านั้นเอง

 

แจจุงลากขาเดินหาเก้าอี้นั่งพักหลังจากเดินมันทุกชั้นทุกซอย ทั้งคู่หยุดนั่งตรงม้านั่งกลางห้างสรรพสินค้า แจจุงเอนหลังพิงกับพนักพิงและเอามือทุบน่องเบาๆ ยุนโฮนั่งมองท่าทางของแจจุงแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ อยากจะแกล้งคนอื่นแต่ดันไม่ดูสังขารตัวเองซะนี่

นั่งนวดนั่งกดแข้งขาตัวเองจนหายเมื่อย ใบหน้าขาวๆ ก็เงยหน้าขึ้นมาทวงสัญญาจากยุนโฮ “ฉันอยากกินไอติม พาฉันไปกินหน่อยสิ”

“นี่มันออกจะเกินไปหน่อยแล้วนะคุณ”

“อะไรอะ ไอติมถ้วยละไม่เท่าไหร่เอง ทำเป็นขี้เหนียวไปได้” แจจุงทำปากยื่นและจ้องหน้ายุนโฮอย่างหาเรื่อง “ขี้เหนียว!” ร่างเล็กพูดเสียงดัง “โกหก!” ดังขึ้นไปอีก “ไม่รักษาคำพูด!!”

“พอแล้ว...จะไปก็ลุกขึ้นสิ” สุดท้ายก็เป็นยุนโฮที่ยอมแพ้

จะไม่ให้ยอมแพ้ได้ยังไง ก็เสียงของแจจุงที่ต่อว่าเขามันเบาซะที่ไหนกัน แทบจะได้ยินไปสามบ้านเจ็ดบ้าน ที่เขาต้องยอมเพราะลึกๆ เขาก็กลัวอยู่ไม่ใช่น้อย เพราะไม่รู้ว่าแจจุงจะไปสรรหาคำพูดไหนมาทำลายภาพลักษณ์สุภาพบุรุษของเขาต่อหน้าสาธารณะอีก

 

ทั้งคู่ไปนั่งที่ร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งบนห้างสรรพสินค้า ทั้งร้านและบรรยากาศมันน่ารักจนทำให้ทั้งยุนโฮและแจจุงรู้สึกอึดอัด และวิธีคลายความอึดอัดของยุนโฮก็คือการแหย่ให้แจจุงวีนเล่นๆ และนั่นก็ทำให้แขกคนอื่นๆ ในร้านรวมถึงพนักงานแอบอมยิ้มกัน

พนักงานที่เดินมาเก็บเงินค่าไอศกรีมยิ้มหวานให้กับยุนโฮและแจจุงก่อนจะยื่นบิลให้ “ทางร้านมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับคู่รัก ถ่ายรูปคู่และเขียนบรรยายความรู้สึกจะได้รับส่วนลดค่าไอศกรีม10%ค่ะ” เธอกล่าวพร้อมกับยกกล้องโพลารอยด์ขึ้นมาเป็นเชิงขออนุญาต

“เราไม่ชะ...” แจจุงโบกไม้โบกมือรีบแก้ตัวพัลวัน แต่ยังไม่ทันจะพูดจบยุนโฮก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเอานิ้วชี้กดปากแจจุงไว้และยิ้ม

แจจุงหันมาทำหน้าโหด “ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย!”

“ถ้าผมไม่ทำอย่างนี้...ทั้งคุณและผมอาจจะได้ไปนั่งล้างถ้วยไอติมอยู่หลังร้านก็ได้นะ” พูดทั้งๆ ที่กำลังฉีกยิ้มอยู่ แจจุงผ่อนลมหายใจออกทางปากอย่างเซ็งๆ ก่อนจะทำหน้าตึงๆ แล้วยิงฟันให้กล้องเฉยๆ

พนักงานเดินจากไปพร้อมกับทิ้งหมุดและปากกาไว้ให้ยุนโฮ ยุนโฮรับปากกามาก่อนจะเขียนอะไรยุกๆ ยิกๆ ลงบนรูปภาพ แจจุงชะเง้อดูก่อนจะพบว่าบนแก้มของเขามีไฝเม็ดใหญ่อยู่แถมยังฟันหลอตั้งสองซี่อีกด้วย มือเล็กๆ รีบแย่งปากกามาจากมือของยุนโฮก่อนจะวาดรอยเย็บใส่ไว้บนหน้าของแจจุงพร้อมกับหน้ากากโจรสลัดที่มีกระอยู่เต็มหน้าไปหมด

ยุนโฮหัวเราะ “ผมหล่อจนคุณไม่รู้จะทำอะไรเลยล่ะสิ”

“ชิ ฉันแค่เกรงใจร้านเค้าเฉยๆ หรอก ไม่งั้นฉันจะระบายสีทับหน้านายไปแล้ว”

“อะไรนะ? เมื่อกี้คุณบอกว่าคุณเกรงใจเหรอ? ไม่อยากจะเชื่อ”

“ทำไม?”

“ถ้าเกรงใจเป็นงั้นก็รบกวนเกรงใจผมสักนิด ช่วยถือถุงของของคุณนี้สักหน่อยเถอะนะ”

“ฉันไม่ทำ” แจจุงตอบตรงๆ ก่อนจะลุกเดินออกจากร้านไปโดยไม่หันกลับมามองยุนโฮเลยสักนิด

ร่างสูงหันไปยิ้มแห้งๆ ให้กับพนักงานในร้านก่อนจะเดินเอารูปไปติดบอร์ด โดยไม่ลืมวาดเขาเดวิลไว้บนหัวแจจุงพร้อมกับทิ้งข้อความแห่งความประทับใจไว้บนพื้นโล่งๆ สีขาวด้วย

‘นายมันปิศาจชัดๆ’

 

 

นอกจากเป็นคนถือของตั้งแต่ตอนที่อยู่ห้างแล้ว กลับมาบ้านยุนโฮยังต้องเอาของฟุ่มเฟือยของแจจุงออกจากหลังรถแล้วเอาไปจัดให้อีก

นี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นคนอาศัยจะคิดว่าเป็นเมียแล้วนะเนี่ย

“คุณนี่ใช้เงินอย่างกับน้ำเลยนะ แล้วถ้าเดือนนี้ผมไม่มีเงินกินข้าวจะทำยังไง”

“โอ้ย! จะบ่นอะไรนักหนาเนี่ย ส่งบิลไปเก็บตังค์กับพ่อฉันเลย” แจจุงพูดอย่างตัดรำคาญ ผู้ชายอะไรขี้เหนียวชะมัด

“ผมทำแน่ ผมเก็บบิลซื้อของรวมถึงค่าไอติมเอาไว้หมดแล้ว ผมจะส่งไปให้พ่อคุณดูเลยว่าคุณน่ะล้างผลาญผมขนาดไหน”

แจจุงที่กำลังทำหน้าบึ้งหลังจากถูกบ่นเมื่อครู่ จู่ๆ ก็หัวเราะขึ้นมายังกับยุนโฮเล่นตลกคาเฟ่ให้ดู พอรวบรวมสติได้ ปากเล็กๆ ก็ทำหน้าที่ของมันตามเดิม “กลัวตายเลย” แจจุงทำเสียงเล็กเสียงน้อยก่อนจะล้อเลียนคำพูดของยุนโฮ “จะส่งไปให้พ่อคุณดูว่าคุณล้างผลาญผมขนาดไหน คึคึ บ้าชะมัด!” แจจุงทำหน้านิ่งก่อนจะแลบลิ้นให้ทีหนึ่งและหันหลังกลับ

ยุนโฮชายหนุ่มผู้ใจเย็นเสมอมา(?) เหมือนอารมณ์จะถึงขีดสุดกับคำล้อเลียนและท่าทางที่เหมือนจะกวนโมโหเขา ตาเรียวหันไปเห็นกล่องทิชชู่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกล เขาเดินไปคว้าก่อนจะเล็งและขว้างโดนศีรษะของแจจุงพอดิบพอดี

“นายนั่นแหละ ไอ้เด็กบ้า”

“ย๊าก! ตายซะเถอะ!!” แจจุงตะโกนเท่าที่เสียงของเขาจะทำได้ก่อนจะกระโจนเข้าหายุนโฮ

ร่างเล็กใช้สองมือทุบลงกลางอกก่อนจะใช้มืออีกข้างปิดตายุนโฮเอาไว้และทุบเขาจนกระทั่งเขาเสียหลักและล้มไป แจจุงบีบคอยุนโฮ ยุนโฮดึงผมแจจุงพร้อมกับเอามือดันหน้าแจจุงออกไปให้ไกล มือเล็กๆ ปัดแขนของยุนโฮไปให้พ้นทางและกัดลงแรงๆ อีกทีหนึ่ง ในบ้านดูเหมือนจะวุ่นวายและโหวกเหวกไปหมด เมื่อยุนโฮยังคงถูกแจจุงปิดตาอีกครั้งและก็ทุบอยู่ไม่เลิก โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังออนท็อปนั่งทับรุ่นพี่เจ้าของบ้านอยู่ ...เห้ย!  

 

กล่องปฐมพยาบาลถูกเปิดออก ข้างๆ กล่องก็มีสำลีกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นห้องรับแขก แจจุงกำลังนั่งหน้าบูดขณะที่เอาสำลีเช็ดแผลตามใบหน้าและแขนซ้ายขวา

“เบาๆ หน่อยสิคุณ!!” ยุนโฮเสียงดังเมื่อพยาบาลจำเป็นกำลังเอาสำลีกดซ้ำลงที่แผลเป็นครั้งที่สอง

“นายก็เบาๆ หน่อยได้มั้ย? หนวกหูชะมัด”

“คุณก็เบามือลงก่อนสิ ผมถึงจะเบาเสียงได้น่ะ”

“เออๆ ช่างเหอะๆ” แจจุงไม่เถียงต่อ แต่ก็นั่งเบะปากเยาะเย้ยคนเจ็บ “แล้วใครใช้ให้นายเริ่มก่อนล่ะ”

“ผมเนี่ยนะเริ่มก่อน?”

“ใช่น่ะสิ นายขว้างกล่องทิชชู่ลงตรงนี้ กลางหัวฉันเลยเนี่ย”

“เจ็บเหรอ?”

“แน่สิ! จะลองดูมั้ยล่ะ”

“ช่วยไม่ได้นี่ ก็ดูคุณพูดกับผมสิ...ไม่น่ารักเอาซะเลย” เป็นยุนโฮที่ยอมอ่อนลงให้อีกครั้ง แต่ประโยคสุดท้ายที่ยุนโฮพูดออกมานั้นก็ทำเอาพยาบาลคิมแจจุงชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะทำทีเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ฉันก็ไม่ได้ใช้ให้นายรักเสียหน่อย” พูดไปมือก็เช็ดแผลไป ไม่สิ...เหมือนจะจิ้มมากกว่า “ฉันก็ไม่ได้กะจะอยู่ทำตัวไม่น่ารักกับนายนานนักหรอก” ใครฟังใครก็รู้ว่าคนพูดดูน้อยอกน้อยใจขนาดไหน

ยุนโฮอมยิ้มนิดหน่อย

“ยิ้มอะไรของนาย”

“เปล่านี่”

“ชิ!” แจจุงทำหน้าบูด

ทำหน้าบูดบ้างเสียก็ดี จะได้ลดความหยิ่งของหน้าตาลงไปด้วย

มือของยุนโฮที่ไม่ได้ใช้งานอะไรยกขึ้นมาจัดทรงผมให้แจจุง “ก็หัวคุณยุ่งไปหมดแล้วเนี่ย” ยุนโฮเฉลย เมื่อเห็นสายตาไม่พอใจ

“มันก็เพราะนายอีกนั่นแหละที่เป็นคนทำ” แจจุงหันรีหันขวางมองหากระจกและสภาพที่เห็นผ่านกระจกของตู้โชว์ในห้องรับแขก คือ มันยิ่งกว่าคำว่า ยุ่ง เสียอีก!

ร่างเล็กหน้าแดง ทั้งอายที่อยู่ในสภาพแบบนี้มานานสองนาน และก็โกรธตรงที่ว่าไอ้คนที่ทำให้เขาหัวยุ่งเป็นสิงโตแบบนี้ก็คือคนที่เขากำลังนั่งทำแผลให้อยู่ตอนนี้

“นายทำบ้าอะไรกับหัวฉันเนี่ย!?” สำลีก้อนใหม่ที่เพิ่งหยิบมาถูกขว้างทิ้งอย่างไม่ใยดี คนสวยรีบหันไปจัดการกับทรงผมที่กำลังชี้ไปอย่างไร้ทิศทางบนหัวสลับกับส่งสายตาอาฆาตมาให้คนนั่งข้างๆ

“ให้มันน้อยๆ หน่อย...คุณแค่หัวยุ่ง แต่สภาพของผมเนี่ยไม่ต่างกับไปฟัดกับหมามาเลย” ไม่พูดเปล่า พลางยื่นแข้งยื่นขาและหน้าเข้าไปใกล้ๆ “ดูให้เต็มตาแผลเต็มตัวผมเลยเนี่ย”

“อยากได้อีกสักแผลมั้ย? แล้วนายว่าใครเป็นหมา...เห๊อะ!?” แจจุงถามอย่างหาเรื่องก่อนจะคว้ากล่องสำลีที่อยุ่ใกล้มือที่สุดขว้างไปอีกที

ยุนโฮยกมือป้องกัน “หยุดเลยนะ”

“ไม่หยุด นายมันผู้ใหญ่รังแกเด็กชัดๆ” กล่องสำลีปลิวไปแล้วเหลือแต่มือเปล่าๆ แจจุงหลับตาทุบๆ ตีๆ จนยุนโฮที่มีแผลเต็มตัวอยู่แล้วต้องรีบหาทางหยุดก่อนที่เขาจะได้ใส่แว่นดำไปทำงาน

“เฮ้! พอได้แล้วนะแจจุง!!” มือสองข้างของแจจุงถูกจับไว้แน่น พร้อมกับสรรพนามที่เปลี่ยนไป แจจุงลืมตาขึ้นมามองคนพูด ทั้งสองจ้องตากันอยู่นานก่อนจะเป็นยุนโฮที่ปล่อยมือออกจากแขนเล็กๆ นั่น

ทั้งสองเด้งตัวหนีออกราวกับว่าเป็นแม่เหล็กขั้วเดียวกัน ยุนโฮกลืนน้ำลายลงคอในขณะที่แจจุงทำเป็นหายใจออกทางปากด้วยความโกรธ

“คุณ...ไปนอนเถอะ ผมจัดการทำแผลเองได้”

“อืม” จู่ๆ ก็ว่าง่ายซะงั้น แจจุงรีบลุกและวิ่งหายเข้าห้องนอนไป

ด้านร่างสูงก็เดินไปเก็บกล่องปฐมพยาบาลที่แจจุงขว้างใส่เขาเมื่อครู่และจัดการทำความสะอาดห้องรับแขกที่เต็มไปด้วยสำลีและข้าวของกระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด หวังจะหาอะไรทำเพื่อลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้

“เฮ้อ!” ยุนโฮถอนหายใจอีกรอบ “เป็นบ้าอะไรไปอีกแล้ววะเนี่ย”

ส่วนทางด้านแจจุงพอวิ่งเข้ามาในห้องก็รีบกระโดดลงเตียงเอาผ้าห่มคลุมหัวและใช้ความคิดอยู่คนเดียว มือเล็กๆ เลื่อนไปสัมผัสหน้าอกด้านซ้าย รู้สึกถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่เร็วเสียจนกลัวว่ามันจะหลุดออกมา

“ที่เต้นเร็วแบบนี้ เพราะนายกำลังโกรธใช่มั้ยแจจุง?” ปากกลมๆ เอ่ยถามตัวเองเบาๆ

คืนนั้นแจจุงเลยนอนคลุมโปงอยู่ในเขตของตัวเองโดยไม่มีความคิดที่จะไปรุกรานพื้นที่ของยุนโฮเลยสักนิด ทั้งๆ ที่ยุนโฮนั้นนอนอยู่ที่ห้องรับแขกพร้อมกับเจ้ากล่องทิชชู่ตัวปัญหาที่ทำให้คนสองคนในบ้านหลังเล็กๆ นี้นอนไม่หลับกันทั้งคืน

 

 

 

 

to be continue...

 

 

 A/N: คิดถึงแจจุงตัวแสบกันม๊ายยย? คุณไม่ได้ตาฝาดค่ะ แตงโมมาต่อวีรกรรมฯ แล้วจริงๆ!! >///< (ก็อ่านจนจบตอนแล้วนี่เนอะ) กดย้อนดูผ่านมานานเท่าไหร่แล้วนะเรื่องนี้ คำตอบคือ 2 ปี!! ตอนล่าสุดที่ลงไว้คือ 18 กันยา 09!! มันจะนานอะไรขนาดนี้ แล้วก็ยังมีหน้ามาต่ออยู่แค่นี้อีก (ฮ่าๆ) อันที่จริงก็ตั้งใจจะกลับมาต่อฟิค (รวมถึงเขียนเรื่องใหม่) หลายทีแล้วล่ะค่ะ แต่โอกาสไม่เอื้อ อารมณ์ไม่ได้ เลยเป็นอย่างนี้ล่ะค่ะ วันนี้นั่งงงๆ ว่างๆ กะจะเขียนเรื่องใหม่แต่เขียนแล้วก็ลบๆ ยังไงก็เขียนไม่ออก เลยเปิดหาเรื่องเก่าๆ ดูว่าจะต่อเรื่องไหนดี สรุปเลยได้เรื่องนี้ ^^ เอาเป็นว่าแตงโมรักษาสัญญาแล้วนะคะ ถึงมันจะสั้นๆ และเอ๋อๆ ไปบ้างก็ตาม คิดว่าอ่านเอามันส์ตอนกำลังซีเรียสหรือไม่มีอะไรทำแล้วกันนะคะ ไม่ต้องให้ประทับใจอะไรมากก็ได้เนอะ *แอบเลว* ไม่รับปากนะคะ ว่าตอนต่อไปจะมาเมื่อไหร่ อ่านจะเป็นเดือนกันยายนอีกสองปีข้างหน้าก็เป็นได้ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ *รีดเดอร์ชี้หน้าด่า*

ปล.เรามีสอบถามรวมเล่ม short-fic ด้วยนะคะ อิอิ (ขี้เกียจแล้วยังมีหน้ามาขายหนังสืออีก -*-)

Comment

Comment:

Tweet

ดีใจจังมาต่อสักที มาต่อทุกเดือนสิ...ไม่งั้นรีดเดอร์หายไม่รู้นะ.....
อย่าเพิ่งหมดมุกน้า...ค่อยๆเป็นค่อยๆ..มาต่อเดือนละครั้ง..ก็ยังดีน้า..
อย่าปล่อยถึง2ปี สงสารรีดเดอร์บ้างไรบ้าง เดือนละครั้ง ครั้งละ2-3เื่อง
ไรเตอร์เก่งอยู่แล้ว...สู้ๆนะ รอบนี้ขอมาต่อ2ตอนน้าquestion

#3 By NANA (60.242.85.181) on 2011-12-04 09:47

โฮฮฮฮฮฮฮ มาต่อแล้ว นานมากกกกกก มาช้าดีกว่าไม่มา นะเคอะไรท์เตอร์
หนุกหนาน ดีค่ะ แต่ถ้าไรท์เตอร์มาต่อแบบเร็ว ๆ ก็ดีนะ open-mounthed smile มันค้างอ่ะค่ะ
ติดตามต่อไป surprised smile

#2 By hnay (210.1.31.28) on 2011-09-27 22:30

ฟัฏันเหมือนเด้กเลยแฮ่ะ ไม่มีใครยอมใครกันเลยทคเดียว

#1 By tudtujung (210.1.31.28) on 2011-09-27 18:54