[sf] Beautiful Boy

posted on 13 Jul 2011 17:04 by tangmoez in Fiction-Shortfic

Title: Beautiful Boy
Paring: Yunho x Jaejoong
Rate: PG
Warning: เรื่อง นี้เกิดจากจินตนาการของผู้แต่งเป็นความพึงพอใจส่วนบุคคล มีเจตนาเพื่อสร้างความบันเทิงเท่านั้น เนื้อหาเป็นแนว Boy's Love หรือ yaoi อาจมี คำไม่สุภาพที่สร้างความไม่พอใจ ขัดเคืองใจให้กับท่านผู้อ่านได้ หากท่านผู้อ่านท่านใดมีความชอบที่แตกต่างกัน ขอให้ปิดหน้านี้ลงอย่างสันติ ขอบคุณค่ะ

 

 

 

Beautiful Boy

 

 

นักเรียนทั้งโรงเรียนกำลังยืนรุมบอร์ดของโรงเรียนที่ติดป้ายประกาศเพื่อแจ้งวันจัดงานพรอมประจำปี เด็กนักเรียนหญิงต่างส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดกันอย่างครื้นเครงเพราะตื่นเต้นที่วันที่จะได้แต่งตัวสวยใกล้ๆ เข้ามา ส่วนนักเรียนชายก็เริ่มจับกลุ่มคุยกันเพื่อหาคู่ควงไปงานโดยหวังว่าจะไม่เป็นคนเดียวกันกับที่เพื่อนในกลุ่มตัวเองหมายตา

 

ทางด้านยุนโฮก็เช่นกัน... เขาตัวสูง เขาจึงไม่จำเป็นต้องไปยืนเบียดเสียดหรือแทรกตัวเพื่อให้อยู่ใกล้หน้าบอร์ดมากกว่าคนอื่น

 

“ตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนประกาศผลเข้ามหา’ลัยอีกนะเนี่ย” ชางมินเพื่อนซี้พูดขึ้นอย่างรำคาญเมื่อเด็กนักเรียนยังคงหลั่งไหลเข้ามากันอย่างไม่ขาดสาย “โรงเรียนก็น่าจะติดประกาศหลายๆ ที่บ้าง ไม่กลัวเด็กนักเรียนเหยียบกันหรือไง?”

 

“ถ้านายจะบ่นเยอะอย่างนี้ทำไมตอนเลือกประธานนักเรียนถึงได้สละสิทธิ์ซะล่ะ?”

 

“......ฉันว่ามันน่ารำคาญ ไปเหอะ”

 

ยุนโฮเดือนตามหลังเพื่อนสนิทไปอย่างสบายใจ ตัวเขาไม่เคยต้องกังวลเกี่ยวกับคู่ควงในงานพรอมเลยซักครั้งเดียว เพราะตั้งแต่ตอนม.ต้นจนถึงเมื่อปีก่อน ไม่นับสาวๆ ที่เข้ามาหาเขาเพื่อเชิญเขาไปร่วมงานในฐานะคู่ควงของเธอและต่อให้เขาเดินเข้าไปหาใครเพื่อขอให้เธอเป็นคู่ควงของเขานั้นไม่เคยพลาดซักครั้งเดียว

 

“แล้วปีนี้นายคิดไว้รึยังว่าจะไปกับใคร?” ชางมินถามขึ้นขณะเดินขึ้นตึก

 

“อืมม...” ยุนโฮเงียบก่อนจะนึก

 

เมื่อตอนม.ต้นปีหนึ่ง เขายังเป็นเด็กกะโปโลที่ไม่รู้อะไรและยังไม่คิดเรื่องพวกนี้ เขาจึงได้ไปกับเพื่อนในห้องที่มาชวนเขาเป็นคนแรก ยัยหน้าลิงเห็นแก่กินยูชินมี แต่เขาก็ไม่ได้นึกรังเกียจอะไรเธอและทุกวันนี้ทั้งเขาและเธอก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เพราะถึงแม้เธอจะเห็นแก่กินและไม่สนใจเขาเลยตอนอยู่ในงาน แต่เธอก็คอยช่วยเหลือเขาเสมอเมื่อการบ้านไม่เสร็จ

 

ม.ต้นปีสอง ยุนโฮคิดว่าตอนนั้นเขาโตเป็นหนุ่มแล้ว เขาเริ่มไม่สนใจเพื่อนในห้องและออกไปตามหาผู้หญิงที่คิดว่าน่ารักที่สุดในสายชั้นและเขาก็เจอกับ คังมิยอน แรกๆ เธอก็ดีอยู่ แต่หลังจากงานพรอมเริ่มไปสักพักเธอแอบดื่มแอลกอฮอลล์เข้าไปจนทำให้จากหญิงสาวที่เรียบร้อยน่ารักกลายเป็นนางแมวทันที งานปีนั้นเป็นงานที่ทุกคนกังวลว่างานพรอมของโรงเรียนจะต้องถูกยกเลิกเป็นแน่แท้

 

แต่แล้วก็ไม่... ตอนม.ต้นปีสุดท้าย ยุนโฮจับตามองตั้งแต่ตอนเปิดเทอมสอง สังเกตพฤติกรรมสาวๆ ที่เขาคาดหวังจะชวนไปงานด้วยหลังจากที่คังมิยอนได้ลาออกจากโรงเรียนไปเพราะความอับอาย และเขาก็ได้พบ ซอลลี่คิม หรือ คิมซอลลี่ หรืออะไรก็ตามที่คนจะเรียกกัน เธอดูเด็ก น่ารัก น่าเอ็นดูและเรียบร้อย ตั้งแต่เริ่มงานจนจบงานพรอม แต่หลังจากปิดเทอมเธอก็ย้ายโรงเรียนไป สรุปแล้วตลอดเวลาสามปีแรกของยุนโฮคู่ควงงานพรอมของเขาลุ่มๆ ดอนๆ มาโดยตลอด

 

หลังจากขึ้นม.ปลาย ยุนโฮก็ตั้งใจว่าต่อไปนี้เขาจะต้องสังเกตพฤติกรรมของคู่ควงเขาให้ดีเสียก่อนเพราะหวังจะเจอแบบซอลลี่อีกครั้ง เขาเปลี่ยนจากการมองหาเพื่อนร่วมชั้นเป็นรุ่นน้อง มินโซฮี เธอป๊อปปูล่าที่สุดในระดับชั้นม.ต้น และเมื่อเขาเอ่ยปากชวนเธอไปงานเธอก็แทบจะตกลงทันทีโดยไม่ต้องคิด เธอดูปกติดีจนกระทั่งงานเลิก เธอกลายเป็นนางแมวแบบมิยอน แต่ที่ร้ายหน่อยคือดูเหมือนว่าเธอจะตั้งใจกินเขาให้ได้ เขาและเธอต่อสู้กันขณะอยู่ในรถและสุดท้ายเขาก็ต้องตัดสินใจผลักเธอลงจากรถและขับรถหนีไป ตั้งแต่นั้นมาเขาจึงถูกมองเป็นคนไม่ดีในสายตาของเด็กผู้ชายม.ต้น เพราะเขาบังอาจทิ้งโซฮีไว้กลางถนนคนเดียว แต่เขาก็ไม่ได้แคร์

 

ที่ผ่านๆ มาคู่ควงที่ดีที่สุดของเขาเห็นจะเป็นเมื่อตอนม.ปลายปีสอง ที่เขาหันมามองรุ่นพี่ เป็นรุ่นพี่ที่แอบปลื้มเขามาตลอด โคอารา ยุนโฮคิดว่าเธอคงรู้เกี่ยวกับคู่ในงานพรอมของเขาในปีที่ผ่านๆ มา ปีนี้อาราจึงมาชวนเขาตั้งแต่ตอนเปิดเทอมซึ่งเขาก็ตอบตกลงทั้งๆ ที่เขาไม่เคยรู้จักเธอและไม่ได้สืบประวัติอย่างที่ตั้งใจไว้เลยสักนิด อาจจะเพราะเธอหน้าตาน่ารักเสียจนเขาปฏิเสธไม่ลง แต่มันก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไร...มันออกจะดีเสียด้วยซ้ำ ทุกวันตอนพักเที่ยงอาราจะมาหาเขาที่ห้องเรียนและไปทานข้าวด้วยกัน ตอนเย็นเขาก็จะเดินไปส่งอาราขึ้นรถกลับบ้าน เป็นอย่างนี้ทุกวันจนเกิดข่าวลือว่าทั้งเขาและเธอนั้นเป็นแฟนกันไปแล้ว ยุนโฮพอใจที่จะเป็นข่าวแบบนั้นเพราะเขาก็รู้สึกชอบเธอขึ้นมาจริงๆ แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ปลื้มสักเท่าไหร่ เพราะหลังจากงานพรอมปีนั้นจบลงอย่างเรียบง่ายและสมบูรณ์แบบที่สุดในชีวิตมัธยมของยุนโฮ เธอก็เดินมาบอกกับเขาว่าเธอมีแฟนเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่งอยู่แล้ว และไม่ได้คิดอะไรกับเขาเลยสักนิด และปล่อยให้เขาถูกทิ้งอยู่ที่หน้างานเพียงลำพังแทนที่จะได้ไปส่งเธอที่บ้าน

 

“เฮ้ย! คิดอะไรอยู่วะ?” ชางมินเรียกเสียงดังทำให้ยุนโฮหันกลับมามองและยิ้มมุมปากอย่างที่รู้จักกันดี “อย่าไปคิดมากเลย คู่ของนายก็ไม่เคยดีสักปีอยู่แล้วปีนี้แย่อีกจะเป็นไรไป”

 

“แต่มันเป็นปีสุดท้ายของฉันแล้วนะเว้ย”

 

“นายจะโทรตามอาราให้มาเป็นคู่ให้นายอีกมั้ยล่ะ?”

 

“ชิ! ป่านนี้คงแต่งงานมีลูกไปแล้วล่ะ”

 

“ไอ้ปากเสีย พูดไม่ให้เกียรติผู้หญิง”

 

“แล้วเขาให้เกียรติฉันบ้างมั้ยล่ะ? ทิ้งฉันให้ยืนงงอยู่หน้างาน ส่วนตัวเองขึ้นรถไปกับผู้ชายคนอื่น ฉันยังงงอยู่ถึงทุกวันนี้ว่าแล้วจะมาทำดีให้เพื่ออะไร?”

 

“โอ้โห...มีเฮิร์ทเว้ยๆ”

 

ยุนโฮไม่เถียง จะว่าเขาเฮิร์ทก็ได้ เพราะนั่นเป็นครั้งแรกที่เขาถูกปฏิเสธและเขาก็ตั้งใจไว้ว่ามันจะต้องเป็นครั้งสุดท้ายด้วย ในขณะที่กำลังเดินขึ้นห้องเรียนยุนโฮก็เริ่มลิสต์รายการในหัวแล้วว่าเขาจะต้องมาหาคู่ควงแบบไหนในงานพรอมปีนี้ ปีนี้เป็นปีสุดท้ายของเขา เขาจะเลือกชุ่ยๆ เพราะหน้าตาหรือเพราะความป๊อปอย่างใดอย่างหนึ่งเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้ เขาคงจะต้องสังเกตพฤติกรรมอย่างอื่นทั้งในและนอกเวลาเรียน เมื่อยุนโฮเล่าเรื่องนี้ให้กับชางมินฟังเขาก็ได้รับคำตอบจากชิมชางมินว่า

 

“ฉันว่านายจริงจังเกินไปมั้ยวะ? ไม่เห็นเลือกมหา’ลัยยากแบบนี้มั่ง” ก่อนจะส่ายหัวและเดินจากไป ปล่อยยุนโฮให้อยู่กับความคิดของตัวเองเพียงลำพัง

 

เมื่องานพรอมใกล้เข้ามา โรงเรียนจึงได้จัดเวรให้นักเรียนแต่ละสายชั้นเข้าไปจัดการสถานที่ที่ทางโรงเรียนได้เตรียมไว้ โดยม.ปลายปีสามอย่างยุนโฮได้รับหน้าที่ให้จัดการเรื่องซุ้มต่างๆ และธีมของงาน

 

ที่หอประชุมของโรงเรียนยุนโฮและเพื่อนกำลังนั่งกอดเข่าและหาวหวอดๆ เมื่อต้องมานั่งประชุมฟังเรื่องที่เขาไม่ถนัดเลยสักนิด ยุนโฮจะหลับแหล่มิหลับแหล่อยู่แล้วถ้าเขาไม่ถูกเรียกให้ได้รับมอบหมายซะก่อน

 

“ชองยุนโฮ” เสียงของอาจารย์คนหนึ่งของสาขาศิลปะอ่านชื่อเขาจากใบรายชื่อ

 

“ครับ!”

 

“เธอรับหน้าที่เรื่องเตรียมซุ้มตรงทางเข้าละกันนะ”

 

“อาจารย์ครับ!” ยุนโฮพูดด้วยน้ำเสียงประท้วง

 

“ครูรู้ ครูสุ่มเรียกชื่อเธอจากกลุ่มที่มีปัญหาด้านทักษะงานศิลปะเลยนะ” เธอบอกซึ่งเรียกเสียงหัวเราะได้ครืน “เราอยากลองอะไรแปลกใหม่บ้างไง .. ธีมงานปีนี้คือ คืนเดือนดับ” เธอหันไปพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นกับนักเรียนคนอื่นๆ ปล่อยให้ยุนโฮจินตนาการซุ้มคืนเดือนดับของเขาเอาไว้ในหัว

 

“จะทาสีดำมันทั้งแผง” เขาพูดเบาๆ

 

“เดี๋ยวฉันช่วยนายก็ได้นะ” เสียงเบาๆ พูดขึ้นอยู่ข้างๆ เขา เขาจึงหันไปดูและพบกับเด็กผู้ชาย...เขาคิดว่าน่าจะเป็นผู้ชาย และก็เอ่อ...ไม่ใช่เด็กแล้วเพราะก็อายุต้องเท่ากันในเมื่อเรียนม.ปลายปีสามเหมือนกัน “ฉันชื่อแจจุง” พูดจบเด็ก...ไม่ใช่สิ...ผู้ชาย เฮ้อ! ที่ชื่อแจจุงก็ยื่นมือออกมา

 

ยุนโฮบรรยายความรู้สึกของเขากับคนที่ชื่อแจจุงนี้ไม่ออก แจจุงก็หน้าตาไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร เสียอยู่นิดหน่อยก็คือท่าทางแปลกๆ กับคราบสีและอะไรต่อมิอะไรที่เปรอะอยู่บนมือ ที่สำคัญที่สุด หน้าไม่ใช่ผู้ชายเลยจริงๆ!

 

“เอ่อ...ฉัน...ยุนโฮ”

 

“อื้อ! รู้แล้ว ได้ยินอาจารย์พูดเมื่อกี้ มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ ฉันอยู่ห้องศิลปะเอ” ส่งยิ้มให้หนึ่งทีก่อนจะหันไปฟังอาจารย์พูดต่อโดยไม่ได้สนเลยว่ายุนโฮอาจจะอยากพูดอะไรกับเขาต่อ ยุนโฮจึงพูดในลำคอตัวเองเบาๆ ว่า

 

“ขอบคุณ”

 

ยุนโฮสาบานว่าตั้งแต่เขามาเรียนโรงเรียนนี้เขาไม่เคยเห็นหน้าหรือได้ยินชื่อของแจจุงเลยสักครั้งเดียว แต่ไม่รู้ทำไมว่าหลังจากที่ทักทายกันตอนนั้นแล้ว เขามักจะสังเกตและเห็นแจจุงในที่ที่เขาคาดไม่ถึงอยู่เสมอ ทั้งม้าหินอ่อนใกล้ๆ กับสนามหญ้าที่เขาชอบไปนอนเล่นกับชางมินทุกวัน โต๊ะกินข้าวโต๊ะประจำของเขาที่ถัดไปอีกสองสามโต๊ะจะเป็นแจจุงที่นั่งหันหลังให้เขาเสมอ ร้านข้าวร้านหนึ่งที่แจจุงจะไปง่วนอยู่กับการผัดอะไรสักอย่างตอนเที่ยงที่เขาเคยลองซื้อทานและพบว่ามันอร่อยดี รถประจำทางที่เขาเคยขึ้นไปส่งอาราเมื่อก่อน หรือแม้แต่จุนซูคนที่เป็นประธานนักเรียน เขาก็เพิ่งสังเกตว่าที่ไหนมีแจจุงที่นั่นจะต้องมีจุนซู

 

เหตุผลมันคืออะไร?

 

วันนี้ยุนโฮจึงไปดักรอแจจุงที่หน้าห้องศิลปะเอที่แจจุงเคยบอกเขาไว้เมื่อครั้งก่อน เมื่อมองเข้าไปเข้าก็เห็นแจจุงกำลังนั่งวาดภาพการ์ตูนพร้อมกับระบายสีอย่างตั้งใจ ยุนโฮแอบลอบมองผลงานที่วางไว้อยู่ข้างๆ ตัว มันก็สวยดีสวยจนเขาโล่งใจได้เลยว่างานทำซุ้มของเขาในปี้นี้ไม่ยากเกินไปจริงๆ

 

“พี่แจจุง!” เสียงเด็กประมาณแปดขวบดังมาแต่ไกลทำให้ยุนโฮต้องหันกลับไปมอง เป็นเด็กผู้ชายตัวอ้วนๆ มอมแมม ที่ทั้งวิ่งทั้งตะโกนเรียกชื่อ เด็กคนนั้นชายตามองเขาอย่างงงๆ เล็กน้อยก่อนจะวิ่งเข้าไปในห้องศิลปะ แจจุงส่งยิ้มหวานให้ ก่อนจะก้มตัวเพื่อให้เด็กชายหอมแก้ม ยุนโฮมองแล้วก็ได้แต่ทำหน้าแหย เมื่อเห็นว่าหน้าของเด็กคนนั้นมีทั้งดินและขี้มูกเต็มไปหมด

 

“ไปเล่นอะไรมาเนี่ยสกปรกหมดเลย” แจจุงทำหน้าดุ

 

“อุ้ย! หน้าพี่แจจุงเปื้อน! เดี๋ยวผมเช็ดให้” ไม่พูดเปล่า มือเล็กๆ ก็ถูแก้มแจจุงไปมา ซึ่งยุนโฮที่ยืนดูอยู่ข้างนอกก็ได้แต่มองว่าดูเหมือนมันจะสกปรกกว่าเดิมเสียอีก

 

“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย”

 

“ผมไม่ได้เล่นนะ พี่ยูอ่ะเอาดินมาโยนใส่ผม”

 

“หือ? ยูชอนน่ะเหรอ?”

 

“ครับ... ผมจะมาฟ้องพี่แจจุงนี่แหละ”

 

“เฮ้อ!” แจจุงถอนหายใจพร้อมกับลูบผมเด็กชายเบาๆ “อ้ะ! พี่วาดเสร็จแล้วระบายสีให้ด้วยสวยมั้ย?”

 

“ครับ...เดี๋ยวผมจะเอาไปให้แม่” เด็กชายพูดจบก็คว้ากระดาษสองสามแผ่นที่แจจุงยื่นให้ก่อนจะวิ่งออกจากห้องไป

 

“แล้วก็อย่าเอาตังค์ไปใช้หมดนะ” แจจุงตะโกนไล่หลังและพบว่ายุนโฮยืนอยู่ด้านนอกห้อง “ยุนโฮ?” ดูเหมือนแจจุงเองก็จะไม่แน่ใจเท่าไหร่

 

“เอ่อ...อื้อ...พอดี...จะนัดวันไปทำซุ้มน่ะ” ยุนโฮบอก

 

“เข้ามานั่งข้างในก่อนสิ” แจจุงกวักมือเรียกก่อนจะเก็บอุปกรณ์ที่กระจัดการจายอยู่บนโต๊ะ บนเก้าอี้และบนพื้นให้เข้าที่เข้าทาง

 

ยุนโฮเดินเข้ามาในห้องอย่างเก้ๆ กังๆ ก่อนจะมองหาเก้าอี้ตัวที่เขาคิดว่านั่งแล้วน่าจะปลอยภัยที่สุดก่อนจะหย่อนก้นลงและเริ่มคุยโดยไม่ใช้มือค้ำโต๊ะแม้แต่นิดเดียว “เด็กคนนั้นใครเหรอ?”

 

“อ๋อ...ลูกของแม่บ้านทำความสะอาดน่ะ ชอบเอารูปที่ฉันวาดให้ไปขาย” พูดเสร็จก็หัวเราะคิกคัก

 

“เอ่อ...ว่าแต่นายรู้จักกับยูชอนด้วยเหรอ? ใช่ปาร์คยูชอนที่เป็นนักกีฬาของโรงเรียนมั้ย?”

 

“อื้อ! ใช่สิ ฉัน,จุนซูและก็ยูชอนเป็นเพื่อนสนิทกัน...นายคงจะแปลกใจที่ไม่เคยฉันเลยน่ะสิ” ยุนโฮยิ้มแห้งไม่ปฏิเสธ “ไม่แปลกหรอกเพราะฉันเองก็ไม่เคยเห็นนายเหมือนกัน ฉันเพิ่งรู้เหมือนกันว่านายเป็นเพื่อนสนิทกับชางมินนักเรียนอัจฉริยะของโรงเรียน”

 

“หือ? นายก็ไม่เคยเห็นฉันเหมือนกันเหรอ?”

 

“อื้ม ทั้งนายและฉันคงเป็นพวกไม่โดดเด่นกันทั้งคู่แหละ” แจจุงพูดอย่างที่ตัวเองคิดซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ยุนโฮค้านอยู่ในใจ เขานี่นะไม่โดดเด่น? ถึงจะไม่เก่งอะไรเป็นพิเศษแต่หน้าตาของเขาก็หล่ออย่าบอกใครเชียว

 

วันนั้นยุนโฮจึงต้องจำใจนัดหมายวันทำงานล่วงหน้าทั้งๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจจะทำและไม่มีอารมณ์อยากจะทำด้วยซ้ำ

 

“จะไปทำที่บ้านนายจริงเหรอ? มาทำที่นี่ดีกว่ามั้ย ฉันกลัวว่าบ้านนายจะสกปรกเอานะ?” แจจุงเสนอทางเลือก

 

แต่ยุนโฮกลับส่ายหน้าอย่างรวดเร็วและยืนกรานที่จะให้ไปที่บ้านเขา เขายอมให้บ้านเขาสกปรกเพราะยังมีคนทำความสะอาดให้ แต่ถ้าจะให้มานั่งทำงานที่นี่ เขาเองก็ทนกับสภาพไม่ไหว...ไม่ใช่ว่าเป็นพวกรักความสะอาดเวอร์แต่แจจุงเองต่างหากที่ไม่ยอมรักษาความสะอาดเลย

 

ยุนโฮนึกคำพูดบอกลายังไม่ออก เขาจึงนั่งดูแจจุงวาดภาพสีน้ำต่อ มันดูน่าทึ่งมากๆ เมื่อแจจุงสามารถลงสีและวาดได้เลยโดยไม่ต้องมีแบบร่าง ถึงแม้ว่าภาพจะยังไม่เสร็จดีและเขาก็แจจุงกำลังวาดรูปอะไร แต่เขารู้แค่ว่าเขารู้สึกดีขณะที่กำลังมอง

 

“กินขนมมั้ย?” แจจุงถาม

 

“อ้ะ..เอ่อ..ไม่เป็นไรตามสบาย”

 

แจจุงพยักหน้ารับเบาๆ ไม่คะยั้นคะยอให้ยุนโฮทานด้วยกัน มือเล็กๆ ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเป้ก่อนจะหยิบถุงพายกรอบออกมาและกัดกินอย่างสบายใจ

 

“นาย...ไม่ล้างมือหน่อยเหรอ?” คำถามที่ทำให้ยุนโฮได้ยินเสียงหัวเราะจากแจจุงเป็นครั้งแรก ดูเหมือนแจจุงจะพออกพอใจมาก เขาหัวเราะอยู่นานกว่าจะหยุดและตอบคำถาม

 

“ล้างไปก็เปื้อนเหมือนเดิมแหละ สีพวกนี้เป็นเพื่อนสนิทฉันแล้วมันคงจะไม่ฆ่าฉันหรอก” พูดจบก็ยิ้มแป้นก่อนจะกัดคำสุดท้ายเข้าปาก “ยังไงฉันก็ต้องมาทำสีน้ำพวกนี้อีก เปลืองน้ำเฉยๆ”

 

“อ...อื้อ” ยุนโฮรู้สึกโล่งใจที่ปฏิเสธขนมพายกรอบของแจจุงตั้งแต่ตอนแรก

 

แจจุงนั่งวาดภาพต่ออีกเกือบชั่วโมงโดยมียุนโฮนั่งดูอย่างเพลิดเพลิน จนในที่ส