{fic} Busy Business (2)

posted on 17 Mar 2011 22:43 by tangmoez in Fiction-BusyBusiness

Title: Busy Business
Paring: Yunho x Jaejoong . Yoochun x Junsu . xxx
Rate: PG
Warning: เรื่อง นี้เกิดจากจินตนาการของผู้แต่งเป็นความพึงพอใจส่วนบุคคล มีเจตนาเพื่อสร้างความบันเทิงเท่านั้น เนื้อหาเป็นแนว Boy's Love หรือ yaoi อาจมี คำไม่สุภาพที่สร้างความไม่พอใจ ขัดเคืองใจให้กับท่านผู้อ่านได้ หากท่านผู้อ่านท่านใดมีความชอบที่แตกต่างกัน ขอให้ปิดหน้านี้ลงอย่างสันติ ขอบคุณค่ะ

 

 

 


 

 

 

Busy Business...

 

 

 

 

จองยุนโฮจอมวางแผน...

 

คือสมญานามที่น้องชายสุดที่รักของเขาได้มอบให้ หลังจากยืนมองพี่ชายของเขาที่กำลังสนใจกองเอกสารตรงหน้าอย่างเต็มที่ เอกสารพวกนี้ก็ไม่ใช่อะไรนอกเสียจากเป็นแฟ้มประวัติส่วนตัวและประวัติการทำงานของคิมแจจุง ที่ยุนโฮลงทุนเดินไปขอกับฝ่ายบคุคลากรด้วยตัวของเขาเอง ชางมินรู้ดีว่าพี่ชายของเขาคิดอะไรอยู่ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ยุนโฮสืบหาข้อมูลของคนที่เขาสนใจ ถ้าตั้งใจจะจีบแล้วล่ะก็...เขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้มันสำเร็จ แม้ว่าทุกครั้งที่ผ่านๆ มาความสำเร็จของเขาใช้เวลาเพียงแค่ชั่วข้ามคืนเท่านั้น

 

ชางมินเคาะประตูเมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของพี่ชายปรากฎอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา

 

“พี่ทำอะไรอยู่น่ะ?” ถามออกไปทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจ

 

“กำลังศึกษาข้อมูลสำคัญๆ นี่...รวมถึงไอ้เอกสารบ้าบอที่นายให้พี่ตรวจด้วย ผ่านไปสองสามเล่มแล้ว ก็ยังอ่านลื่นไหลดีนะ”

 

“พี่เอาจริงเหรอ?”

 

ยุนโฮไม่ตอบเขาแค่ส่งยิ้มมาให้ก่อนจะก้มหน้าก้มตาและสนใจสิ่งที่กองอยู่ตรงหน้าต่อ

 

“ถ้าพี่คิดจริงๆ จังๆ ผมก็ไม่ว่าอะไรนะ...คุณแจจุงเขาเป็นคนดี”

 

“เลิกย้ำซะทีเถอะน่าชางมิน...ไปนอนได้แล้วไป”

 

“ผมเคยสนคนอื่นๆ ที่พี่ไปยุ่มย่ามกับเขาไหมล่ะ?”

 

ยุนโฮยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตากับน้องชาย “จะจริงจังหรือไม่จริงจังเดี๋ยวนายก็รู้เอง”

 

“พี่ตอบแบบนี้น่ากลัวกว่าพี่บอกผมตรงๆ ว่า ไม่จริงจัง เสียอีก ไปนอนล่ะครับ” คนเป็นน้องตอบอย่างเอือมๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานไป

 

ยุนโฮกลับมาให้ความสนใจกับแฟ้มของแจจุงอีกรอบ.. การศึกษาก็ดี ฐานะที่บ้านก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร การทำงานเริ่มต้นจากพนักงานประจำจนถึงตำแหน่งหัวหน้าภายในเวลาสามปีก็ถือว่ายอดเยี่ยม ผลการประเมินงานที่บริษัทจะประเมินทุกๆ 6 เดือนเห็นได้ว่าแทบจะไม่มีประวัติด่างพร้อย คะแนนที่ได้หลังการประเมินไม่เคยต่ำกว่า 8.5 นี่ยังไม่รวมถึงผลตอบรับจากลูกค้าที่ชื่นชมพนักงานคนนี้อย่างไม่ขาดสายทั้งทางโทรศัพท์ อีเมลและโน๊ตย่อ .. จากการประเมินผ่านความรู้สึกของตัวเอง...ยุนโฮมองว่าคิมแจจุงช่างเพอร์เฟ็ค

 

ในตอนเช้าของวันต่อมายุนโฮตื่นแต่เช้าและอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะลงมาทานอาหารเช้าเป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งปีหลังจากที่กลับมาจากเมืองนอก ทำเอาทั้งพ่อและแม่รวมถึงเด็กรับใช้ในบ้านงงกันเป็นแถว เว้นก็เสียแต่ชางมินที่ดูจะมองอะไรชัดเจนจนยุนโฮแอบเคือง

 

“พี่เขากำลังมีความรัก” ชางมินเปรย แต่ก็ไม่ได้สร้างความเข้าใจให้กับพ่อและแม่เลยสักนิด ก็คนอย่างยุนโฮมีความรักที่ถือว่าเป็นรักใหม่อยู่ทุกวัน แต่ทุกครั้งที่มีความรักมันกลับทำให้ยุนโฮไม่ค่อยนอนที่บ้าน ตื่นสาย ขี้เกียจทำงานเสียมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ “ไปแอบปิ๊งหัวหน้าแผนกที่บริษัทน่ะครับ ชื่อคุณแจจุง ผมกลัวจริงๆ ว่าพี่ยุนโฮจะไปก่อเรื่องทำเอาคนของเราต้องลาออก”

 

“เงียบๆ บ้างก็ได้นะนายน่ะ”

 

“ดูพูดกับน้องเข้าสิ” คุณนายของบ้านทำเสียงเข้ม “จะทำอะไรก็คิดให้มันรอบคอบนะลูก .. แม่เชื่อใจลูกได้ใช่มั้ยยุนโฮ?” เพราะเลี้ยงลูกชายคนนี้มากับมือตั้งแต่เด็กจนโต ตั้งแต่เป็นเด็กชายจองยุนโฮที่น่ารักจนกลายเป็นจองยุนโฮนักรัก คุณแม่จึงรู้ดีว่านิสัยของลูกคนนี้ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ยุนโฮชอบเวลาที่ได้รับความไว้วางใจมากกว่าโดนขัด

 

“โอ้ย! แม่ฮะ พี่ยุนโฮน่ะเชื่อใจได้น้อยที่สุดในโลก”

 

คุณแม่ยิ้ม ยุนโฮยักไหล่อย่างไม่แคร์สื่อ

 

“ผมไปทำงานนะครับแม่ แล้วเดี๋ยวจะพาว่าที่ลูกสะใภ้มาแนะนำ”

 

ชางมินพ่นลมหายใจดังพรืดขณะที่พี่ชายกำลังก้มหอมแก้มคุณแม่ คนน้องเอามือปิดปากเอาไว้ก่อนจะทำทีเป็นกระซิบกับแม่ทั้งๆ ที่ตั้งใจให้อีกคนได้ยินด้วย “ผมว่าผมได้ยินแบบนี้ตั้งแต่พี่ยุนโฮอยู่ม.ต้นด้วยซ้ำไป จนถึงตอนนี้ผมยังไม่เห็นหน้าลูกสะใภ้แม่สักคนเลย”

 

“พอได้แล้วน่าชางมิน” เป็นคุณพ่อบ้างที่ปรามลูกชายตัวแสบ

 

“ไปทำงานนะครับพ่อ” ยุนโฮบอกลาพ่อเลี้ยงบ้างหลังจากยืนฟังเสียงกระซิบที่ดังไปถึงห้องครัวของชางมิน “จะไปทำงานพร้อมพี่รึเปล่านายน่ะ”

 

“ไม่ล่ะครับวันนี้ผมจะเข้าตอนบ่าย”

 

 

 

 

แจจุงมาถึงบริษัทก่อนเวลางานครึ่งชั่วโมงเสมอ...

 

และจะนั่งทานอาหารเช้าที่ทำมาจากบ้านในห้องทำงานพร้อมๆ กับเริ่มทำงาน เหมือนภาพที่เล่นซ้ำไปซ้ำมาให้พนักงานในแผนกและบริเวณใกล้เคียงดู แจจุงเป็นคนง่ายๆ เขาไม่เคยวางมาดเจ้านายใส่คนใต้บังคับบัญชาและดูแลทุกคนเหมือนพี่น้อง จึงไม่แปลกที่ใครต่อใครต่างก็รักและเต็มใจช่วยเหลือแจจุง

 

วันนี้ก็เช่นกันแจจุงก็กำลังนั่งทานอาหารเช้าและตรวจงานที่บรรดาพนักงานในแผนกต่างเต็มใจทำให้เสร็จตั้งแต่เมื่อคืนวานอย่างขะมักเขม้น กระดาษเกือบสิบแผ่นที่ปาร์คโบยองส่งให้เขาในตอนเช้ามีคอมเม้นท์เขียนไว้มากมายว่าควรใช้บริการบริษัทไหน แจจุงก็ได้แต่ยิ้มขอบคุณในความพยายามและเอาใจใส่ของพนักงานและโล่งใจที่งานที่เขากังวลว่าจะล่าช้าจะเสร็จทันตามกำหนดเช่นเคย

 

“วันหยุดปีใหม่นี้จะไปไหนกันดีแจจุง?” จุนซูพูดขึ้นทั้งๆ ที่กำลังนั่งทำงานอยู่ เขาได้รับมอบหมายให้รูปแบบงานขอบคุณสมาชิกสำหรับปีใหม่นี้ จุนซูเป็นคนที่มีไอเดียและความคิดที่แปลกประหลาดแต่น่าสนใจอยู่เสมอ เขาจะเลือกมันออกมาใช้ได้อย่างไม่จำกัดในวันที่อารมณ์ดี

 

“เคลียร์งานให้เสร็จหมดก่อนเถอะน่า”

 

“โอ้ย! อันนี้ของหลังปีใหม่ไว้คิดหลังปีใหม่ก็ยังทัน” ตอบปัดๆ ไปตามอารมณ์คนขี้เกียจที่จุนซูชอบอ้างว่ามันเป็นอารมณ์ของศิลปิน

 

ยูชอนเดินมาเคาะประตูห้องเมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงมื้อเที่ยง ก่อนจะชะเง้อหน้าเข้ามามองอย่างทะเล้นๆ ก่อนที่ทั้งแจจุงและจุนซูจะเก็บข้าวของอย่างรู้หน้าที่ วันนี้โชคดีหน่อยที่แจจุงเคลียร์งานเสร็จแล้ว ยูชอนเลยไม่ต้องทนฟังจุนซูบ่นว่าแผนกของเขาไม่มีพักเที่ยง

 

เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยดังตั้งแต่ทางเดินไปจนถึงหน้าประตูลิฟต์ หน้าที่ทั้งหมดนี้ถูกยกให้กับยูชอนที่ไม่รู้ไปสรรหาเรื่องอะไรมาเล่าและจุนซูที่คอยหาเรื่องว่ายูชอนได้ตลอด ส่วนหน้าที่ของแจจุงมีแค่หัวเราะและพูดปรามจุนซูเท่านั้นเอง

 

“ไปกินข้างนอกกันเนอะ” เมื่อเริ่มหยุดหัวเราะได้แล้วแจจุงก็ถามความเห็นเพื่อนๆ ก่อนจะกดเลขสองเพื่อไปยังที่จอดรถ ยังไม่ทันที่จะกดประตูปิด

 

“เดี๋ยวก่อนครับ!” มือเล็กๆ รีบกดเปิดประตูแทบไม่ทัน

 

“โอ๊ะ! คุณยุนโฮ! สวัสดีครับ” ทั้งสามคนเอ่ยปากขึ้นพร้อมกันก่อนจะโค้งให้ ประตูลิฟต์ยังคงเปิดค้างไว้อยู่ขณะที่ยุนโฮยืนยิ้มอยู่ด้านนอกลิฟต์

 

“เอ่อ...เชิญคุณยุนโฮก่อนเลยก็ได้ครับ เดี๋ยวพวกผมไปทีหลัง” จุนซูรีบพูดขึ้นเมื่อเห็นแต่ละคนเงียบกันไปหมด แต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวออก กรรมการผู้จัดการบริษัทสุดหล่อก็เดินเข้ามาด้านในและกดปิดประตูลิฟต์

 

“ไม่เป็นไรครับ”

 

แจจุงรีบชักมือกลับในจังหวะที่มือของยุนโฮมาโดน จะเป็นด้วยความตั้งใจหรือไม่ก็แล้วแต่ แจจุงเลยส่งยิ้มแห้งๆ ให้กับเขาก่อนจะก้มหน้ามองพื้น

 

“ไปทานข้าวเที่ยงกันที่ไหนครับ..คุณแจจุง”

 

ฟุ้ง! ราวกับยูชอนและจุนซูกลายเป็นอากาศ เมื่อเฉพาะเจาะจงว่าคุยกับแจจุง คนสวยเลยต้องเงยหน้าขึ้นมาตอบ

 

“เอ่อ.. พอดีจะออกไปทานข้าวข้างนอกกับยูชอนแล้วก็จุนซูน่ะครับ คุณยุนโฮไปด้วยกันมั้ยครับ?” แล้วก็เลยต้องจำยอมเอ่ยปากชวนตามมารยาทของผู้น้อย

 

“ถ้าไม่เป็นการรบกวนขอไปด้วยละกันนะครับ” แต่ยุนโฮดันตอบตกลงหน้าตาเฉยทำเอาจุนซูคอตก ไม่ได้เพราะว่าไม่ชอบยุนโฮแต่บอกแล้วว่าอยู่ใกล้ๆ แล้วมันเกร็ง

 

จากชั้นสิบห้าถึงชั้นสองในความรู้สึกของแจจุงและจุนซูรู้สึกว่ามันนานเหลือเกิน ยูชอนก็ยังคงเป็นยูชอนที่คุยเก่งเหมือนเดิม เขาคุยกับยุนโฮอย่างไม่รู้สึกเกร็งแล้วยังให้ยุนโฮช่วยคิดเมนูอาหารสำหรับมื้อเที่ยงนี้ให้อีกเสียด้วย เมื่อลิฟต์ถึงชั้นสอง ทั้งสามคนก็ให้ยุนโฮออกจากลิฟต์ก่อนและตามด้วยยูชอนจากนั้นก็แจจุงแล้วค่อยเป็นจุนซู จุนซูถือคติว่ายิ่งไกลเท่าไหร่ยิ่งดี

 

“ไปรถคันเดียวกันกับผมมั้ยครับประหยัดน้ำมัน”

 

“ไม่เป็นไรครับ!” ทั้งสามคนยืนยัน

 

“จะให้ผมนั่งไปคนเดียวจริงๆ เหรอ?” ยุนโฮถามย้ำ เมื่อเห็นทั้งสามคนมองหน้ากันอย่างตัดสินใจไม่ได้ว่าจะส่งใครไปเขาจึงเป็นคนเสนอเอง “นั่งไปกับผมได้มั้ยครับคุณแจจุง?”

 

 

นายส่งเนื้อเข้าปากเสือ นายส่งเพื่อนไปตาย...

 

จุนซูนั่งทุบหัวตัวเองพร้อมกับบ่นประโยคที่ว่าเขาสงสารแจจุง และน่าจะให้ยูชอนไปนั่งกับคุณยุนโฮแทนวนไปวนมาตั้งแต่ขึ้นรถจนเกือบจะถึงร้านอาหาร ดีที่เป็นยูชอนเขามีความอดทนเป็นเลิศจึงปล่อยให้จุนซูพูดอยู่แบบนั้นและตัวเขาก็ปลอบด้วยประโยคเดิมๆ ที่ว่า แจจุงไม่ทำตัวมีปัญหาหรอกและคุณยุนโฮใจดี

 

“ฉันว่านะ...คุณยุนโฮต้องสนใจแจจุงแน่ๆ” เมื่อหยุดบ่นประโยคเดิมคิมจุนซูก็สร้างคำฮิตใหม่ “จริงๆ นะ .. สังเกตดูสิ อะไรๆ ก็มีแต่แจจุงๆ ไม่เห็นเรียกฉันเลยสักแอะ”

 

ยูชอนหรี่ตามอง “จุนซูชอบคุณยุนโฮเหรอ?”

 

“จะบ้าหรือไง?!” คนถูกกล่าวหาตะคอกกลับ “ถ้าฉันชอบนะ ฉันก็ไปนั่งกับคุณยุนโฮแล้ว”

 

“งั้นแสดงว่าจุนซูชอบผมน่ะสิถึงได้มานั่งด้วยกันเนี่ย”

 

“ขับรถต่อไปเลยนะปาร์คยูชอน”

 

ยูชอนหัวเราะเสียงดังคับรถ บรรยากาศช่างแตกต่างกับรถอีกคันอย่างสิ้นเชิง

 

บนรถของยุนโฮเงียบสนิทจนยุนโฮรู้สึกอึดอัดอยู่หน่อยๆ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงไม่กล้าชวนคนที่นั่งอยู่ข้างๆ คุย ทั้งๆ ที่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าสนใจเขา และตัวแจจุงเองก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะอยากจะพูดคุยกับเขาก่อนด้วยซ้ำไป มันยิ่งทำให้ความมั่นใจที่สะสมมานานของยุนโฮลดลงอย่างฮวบฮาบ

 

หรือแจจุงจะรังเกียจเขานะ?

 

“เอ่อ...คุณแจจุงดูเหมือนจะอึดอัดนะครับ” ยุนโฮพ่ายแพ้ต่อความเงียบ เขาเป็นฝ่ายชวนอีกคนคุยก่อนเมื่อใกล้ถึงร้านอาหาร แจจุงหันหน้ามามองก่อนจะส่งยิ้มให้อย่างรู้สึกผิด

 

“เปล่าครับ พอดีผมกำลังคิดเรื่องงานนิดหน่อย” แจจุงโกหก ก่อนจะส่งยิ้มตาหยีให้เพื่อหวังจะเพิ่มความรู้สึกที่เป็นมิตรให้กับอีกคนได้บ้าง

 

“งานอะไรเหรอครับที่กำลังคิดอยู่” หาเรื่องคุยไปเฉยๆ ทั้งที่จริงแล้วยุนโฮก็ไม่ได้สนใจ เขาแค่อยากได้ยินเสียงเพราะๆ หวานๆ ของแจจุงอีก ก็จะให้ทำยังไงเล่าแจจุงดูท่าจะเป็นคนที่พูดน้อยจริงๆ

 

“ไม่มีอะไรมากหรอกครับ งานระดับปฏิบัติการน่ะ”

 

“แม้แต่ตอนพักเที่ยงก็ยังคิดเรื่องงาน ก่อนนอนก็ยังคิดด้วยหรือเปล่าครับเนี่ย?”

 

“งั้นมั้งครับ”

 

“สมแล้วนะครับที่ได้ตำแหน่งพนักงานดีเด่นแบบนี้” ยุนโฮพูดต่อเนื่องเมื่อเห็นแจจุงเริ่มสนทนาโต้ตอบกับเขาบ้าง ก่อนจะยิ้มกระหยิ่มในใจที่ตอนนี้ได้โอกาสปล่อยไม้เด็ดเสียที “ผมเป็นพวกประเภทที่ว่าชอบหาข้อมูลเกี่ยวกับคนที่ผมสนใจน่ะครับ” พูดต่อทั้งๆ ที่แจจุงไม่ได้อยากจะรู้อะไรมาก คนสวยยังคงทำเพียงแค่ส่งยิ้มเหมือนเดิมก่อนจะนั่งมองทางด้านหน้าต่อราวกับว่ากลัวเขาจะจับไปต้มยำทำแกงที่ไหน

 

ยุนโฮถือว่าการพูดจาอ้อมค้อมแบบนี้ไม่ผ่าน เพราะดูเหมือนแจจุงจะไม่ได้สนใจหรือใส่ใจฟัง หรือคงจะคิดแค่ว่าเขาก็เหมือนผู้บริหารทั่วไปที่หมั่นตรวจตราพนักงาน ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วเขาเดินหยิบเฉพาะแฟ้มที่เขียนชื่อ คิมแจจุง เท่านั้น

 

 

โต๊ะตัวในสุดของร้านอาหารเป็นที่นั่งสำหรับคนทั้งสี่คน เมื่อบริกรได้ส่งเมนูอาหารให้ครับทั้งสี่คนแล้ว ยุนโฮก็รีบออกตัวบอกกับทั้งสามคนว่ามื้อนี้เขาเป็นคนเลี้ยงเอง สร้างความดีใจให้กับยูชอนอยู่ไม่น้อยและเริ่มสั่งอาหารที่ดูน่าทานที่สุดให้กับตัวเขาและคิมจุนซูที่เขารู้ดีว่าชอบทานอะไร ส่วนด้านแจจุงยังนั่งมองเมนูอย่างตัดสินใจไม่ได้

 

“แจจุงทานอะไรดีครับ?”

 

“อืมมมมมม....” มือเล็กๆ ยังพลิกหน้าเมนูไปมา อาหารประเภทนี้ไม่ค่อยถูกปากแจจุงเท่าไหร่ แจจุงชอบอาหารเกาหลีเผ็ดๆ มากกว่าอาหารยุโรปเลี่ยนๆ “เอาคาโบนาร่าก็แล้วกันครับ”

 

“จะอิ่มเหรอครับ? มื้อนี้ผมเลี้ยงนะ”

 

“ใช่...คุณยุนโฮเลี้ยงทั้งที กินให้ท้องแตกไปเลยนะแจจุง”

 

“แจจุงเขาไม่ชอบอาหารยุโรป” จุนซูเผลอหันไปตะคอกใส่แฟนหนุ่ม ก่อนจะทำทีหันไปมองหลอดไฟและเอากำปั้นทั้งสองข้างมาถูไปมาที่ปากเมื่อเห็นว่ายุนโฮกำลังมองหน้าเขาจุนซูคิดไปเองว่าผู้บริหารของเขาคงจะไม่ชอบช้างเท้าหน้า

 

หลังจากได้รับอาหารกันเรียบร้อยและเริ่มลงมือทาน ตอนนั้นเองที่ยุนโฮคิดถึงสมุดพกเล่มเล็กๆ ที่ชางมินให้เป็นของขวัญวันเกิดแก่เขาตอนชางมินอายุได้สิบขวบ เพราะถ้ามีสมุดเล่มนั้นแล้วล่ะก็ ยุนโฮก็จะสามารถจดรายละเอียดที่จุนซูเผลอบอกออกมาไว้ได้หมด เผื่อเขาจะจำไว้และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้...

 

แจจุงชอบทานของเผ็ด 

 

ชอบทำอาหารแถมยังทำอร่อยเสียด้วย 

 

ชอบนอนอยู่กับบ้านมากกว่าออกไปเที่ยว 

 

ชอบอ่านหนังสือมากกว่าดูโทรทัศน์ 

 

ตรงต่อเวลา, รักษาคำพูด, ง่ายๆ, เรียบร้อย, ใจดี, มีน้ำใจ ฯลฯ 

 

รู้แล้วก็ได้แต่อมยิ้ม เขาไม่อยากจะเชื่อหรอกว่ายังมีคนที่หน้าตาดีและจิตใจดีแบบนี้หลงเหลืออยู่บนโลกนี้อีก เพราะใช่ว่าเขาจะไม่เคยเจอคนสวยมาก่อน ทั้งสวย ทั้งเซ็กซี่เจอมาแล้วเป็นสิบเป็นร้อย แต่สาวๆ พวกนั้นยิ่งหน้าตาดีเท่าไหร่ก็ดูเหมือนจะหลงตัวเองและทำนิสัยแย่มากขึ้นเท่านั้น .. แต่กับแจจุงไม่ใช่

 

ทั้งสี่คนนั่งรอให้พนักงานเช็คบิลตอนเกือบบ่ายสองโมงและหลังจากนั้นก็แยกย้ายกันขึ้นรถตามแบบเดิมที่มาในตอ