[SF] Falling

posted on 22 Feb 2011 23:32 by tangmoez in Fiction-Shortfic

 

พื้นที่โฆษณา

ประกาศขาย CD JYJ ‘The Beginning’ Limited Edition
สภาพสินค้า 100% (ยังไม่แกะ)
ของครบทุกอย่าง

ราคา 2,500 บาท

สนใจติดต่อ tangmoez(at)gmail.com

 

 

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

Title: Falling
Paring: Yunho x Jaejoong
Rate: PG
Warning: เรื่อง นี้เกิดจากจินตนาการของผู้แต่งเป็นความพึงพอใจส่วนบุคคล มีเจตนาเพื่อสร้างความบันเทิงเท่านั้น เนื้อหาเป็นแนว Boy's Love หรือ yaoi อาจมี คำไม่สุภาพที่สร้างความไม่พอใจ ขัดเคืองใจให้กับท่านผู้อ่านได้ หากท่านผู้อ่านท่านใดมีความชอบที่แตกต่างกัน ขอให้ปิดหน้านี้ลงอย่างสันติ ขอบคุณค่ะ

Note: Missing Piece from This is “Love”  Click For Read
เป็นของยุนโฮค่ะ ส่วนต่อเนื่องของ This is “Love”
ตั้งใจจะเขียนอยู่แล้วและพอดีว่ามีคน ทวง, ถามหาและที่สำคัญ เดาถูก ฮ่าๆ เลยเอามาลงซะเลย

 

 

 

 

 

Falling

 

 

จองยุนโฮนักเรียนดีเด่นของโรงเรียนนั่งอ่านการ์ตูนอยู่ตามลำพัง แทนที่จะไปเล่นฟุตบอลกับเพื่อนในห้องอย่างที่ควรจะเป็น เขาปฏิเสธคำชวนเพียงเพราะเบื่อหน่าย เขาเบื่อเด็กผู้หญิงที่มานั่งดูและคอยส่งเสียงเชียร์อย่างน่ารำคาญ เบื่อบรรยากาศแบบนี้ที่เขาเจอมาตลอดห้าปีเต็มในขณะที่เป็นนักเรียนอยู่ที่นี่

มือหนาพับหนังสือการ์ตูนเล่มโปรดเมื่ออ่านจบเล่มก่อนจะควานหาในเล่มต่อไปในกระเป๋า จังหวะที่เงยหน้าขึ้นมาดวงตาเรียวก็ประสานเข้ากับตากลมโตคู่หนึ่งที่ถึงแม้จะซ่อนอยู่ภายใต้แว่นและผมเผ้าที่รกรุงรังแต่ยุนโฮกลับรู้สึกได้ทันทีว่ามันน่าค้นหา เพียงแว้บเดียวก่อนที่อีกคนจะหลบสายตาและเดินขึ้นตึกไป

“ตึกเอ...ปีหนึ่งแน่ๆ” ยุนโฮพึมพำคนเดียวขณะที่มองตามแผ่นหลังนั้น ทันทีที่รู้กลุ่มเป้าหมาย ยุนโฮก็จัดการเก็บหนังสือการ์ตูนทั้งเล่มเก่าเล่มใหม่ลงในกระเป๋า และเดินไปอีกอาคารที่อยู่ไม่ไกล

“หวัดดีครับ” เขาโค้งทักทายบรรดาอาจารย์ที่อยู่ในห้องธุรการอย่างคุ้นเคย

“จะมาเอาอะไรอีกล่ะ?” ยุนโฮเป็นนักเรียนดีเด่นของโรงเรียน จึงไม่แปลกที่อาจารย์ในโรงเรียนจะคุ้นเคยกับเขา ยุนโฮเรียนก็เก่ง กีฬาก็เป็นเลิศ มารยาทก็ดี เป็นที่พึ่งพาได้ทั้งของอาจารย์และนักเรียนในโรงเรียน ไม่แปลกเลยถ้าหากอาจารย์จะเอ็นดูเขาเป็นพิเศษกว่าคนอื่นๆ

“ผมอยากดูรายชื่อนักเรียนปีหนึ่งน่ะครับ”

“ดูไปทำไม?”

“.......”

“ไปชอบใครเข้าล่ะสิ?”

“อะไรประมาณนั้นครับ” ยุนโฮยอมรับมือหนาเอากำปั้นมาถูหน้าอย่างเขินๆ

“เสียใจด้วยนะจองยุนโฮ เพิ่งเปิดเทอมยังทำระเบียนไม่เสร็จ ไว้วันหลังค่อยมาดูละกัน”

“อาจารย์~~~~”

“จริงๆ” ไม่พูดเปล่า ครูสาวคนสวยยังให้สัญญาณมือไล่นายจองยุนโฮออกไปจากห้องธุรการ ยุนโฮไม่ต่อต้านอะไรแค่เดินคอตกออกจากห้องทำเอาบรรดาอาจารย์ในห้องทั้งหัวเราะทั้งส่ายหน้ากับท่าทางของเด็กหนุ่ม

ยุนโฮไม่ท้อ ในตอนเย็นของวันยุนโฮแอบมาดักรออยู่ที่หน้าตึกเออีกครั้ง ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าเจ้าของดวงตาลึกลับน่าค้นหาได้เดินไปเรียนที่ตึกไหนหรือเปล่า เขาแอบอยู่ตรงม้านั่งที่มีต้นไม้ใหญ่บังอยู่ พลางอ่านหนังสือการ์ตูนฆ่าเวลา เหมือนสวรรค์จะเข้าข้าง ไม่นานเกินรอคนที่ทำให้ยุนโฮต้องมานั่งเฝ้าหน้าตึกเอก็เดินลงมาเพียงลำพัง ขาเล็กๆ ก้าวสั้นๆ ระหว่างเดินลงจากบันได ในมือหอบหนังสือและข้าวของพะรุงพะรัง และเช่นเคยเส้นผมหนาๆ ยุ่งๆ กับแว่นตากรอบสีดำอันเดิมก็ยังคงปิดบังใบหน้าคมคายนั้นเอาไว้อยู่

เป็นเพราะโชคดีแน่ๆ เพราะเพียงชั่วครู่ที่ลมพัดผ่านเป็นจังหวะเดียวกับร่างเล็กๆ เงยหน้าขึ้นมาจากพื้น เส้นผมที่ปิดหน้ามาตลอดถูกลมพัดไปด้านหลัง หน้าเล็กๆ ยู่ลงอย่างไม่ทันตั้งตัว ท่าทางที่ดูงงๆ ของอีกคนทำให้ยุนโฮเผยรอยยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้ พร้อมกับรู้สึกใจเต้นแรง กว่าจะรู้สึกตัวบุคคลปริศนาสำหรับยุนโฮก็เดินหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้

 

ไม่เคยมีใครที่ทำให้ใจฉันเต้นรัว
ได้เท่ากับตัวของเธอเลย

 

 

เลยเหมือนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันที่ยุนโฮจะต้องแอบสอดส่องมองหาคนที่แอบมองตลอดเวลา ทั้งตอนเข้าแถวหน้าเสาธงที่เต็มไปด้วยนักเรียนหัวดำยืนหยอกล้อกัน ท่ามกลางคนเยอะๆ ที่อยู่ไม่สุข แต่น้องคนนั้นกลับยืนนิ่งๆ ไม่พูดไม่จากับใคร

ตอนเที่ยงยุนโฮก็เลี่ยงที่จะไปเล่นฟุตบอลกับเพื่อนตามเคย ก่อนจะมานั่งอยู่ตรงม้านั่งตัวเดิม ทำทีเป็นอ่านหนังสือการ์ตูนเพื่อรอ หวังจะเจอคนคนนั้นอีกครั้ง ...

และตอนเย็นยุนโฮก็รีบวิ่งจากห้องทันทีที่เสียงกระดิ่งดังหมดเวลาเรียนหนังสือ เพื่อไปให้ทันเจอรุ่นน้องปีหนึ่งที่มีเรียนแค่หกคาบต่อวัน .. วนเวียนอยู่อย่างนี้เกือบสามสัปดาห์ โดยที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ ห้องเรียน หรืออะไรที่เกี่ยวกับรุ่นน้องคนนั้นเลย และยิ่งหมดหวังเมื่อใครต่อใครหลายคนก็ส่ายหน้าเมื่อถูกเขาถามว่าเคยเห็นเด็กปีหนึ่งที่หน้าตาแบบนี้มั้ย?

ใช่คนหรือเปล่า?

หรือเป็นผีที่แอบมาหลอกเขาทำให้ใจเขาเต้นไม่เป็นจังหวะแบบนี้

และวันนี้ก็เป็นอีกวัน...ที่ยุนโฮวนเวียนทำกิจวัตรประจำวันแบบเดิม แต่จะแปลกเสียหน่อยก็ตรงที่ ยุนโฮหารุ่นน้องคนนั้นไม่เจอทั้งในแถวตอนเช้าและตอนพักกลางวันหน้าตึกเอ

“ไม่มาเรียนรึป่าวนะ?” ยุนโฮบ่นกับตัวเองขณะที่อ่านหนังสือการ์ตูนเล่มเดิมมาตลอดสามสัปดาห์ “หรือจะเป็นไข้ไม่สบาย .. แล้วจะมีใครรู้รึป่าวล่ะเนี่ย?” ราวกับคนบ้า เขานั่งพูดกับตัวเองจนไม่ทันสังเกตว่ามีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมานั่งอยู่ข้างๆ

“เป็นอะไรไปยุนโฮ?”

“อ้าว...จียองมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?” เขาทักอย่างตกใจ ไม่รู้ตัวจริงๆ ว่าจียองมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาพับหนังสือการ์ตูนเก็บลงกระเป๋าก่อนจะทำท่าทางให้ความสนใจกับสิ่งที่จียองจะพูด

“มาทันได้ยินยุนโฮบ่นว่าเป็นไข้ไม่สบายนั่นแหละ” เธอบอก “ปวดตรงไหนเหรอ?” ขณะที่เธอกำลังจะเอามือไปอังหน้าผากของยุนโฮเพื่อวัดไข้ เขาก็ปัดมันออกเสียก่อน

“ป่าวๆ ไม่ได้หมายถึงฉัน ฉันแข็งแรงดี” ร่างสูงขยับตัวออกห่างโดยพยายามทำตัวให้มีพิรุธน้อยที่สุด

“เดี๋ยวนี้ยุนโฮหาตัวยากนะ” เธอเริ่มบ่น

“ป่าวซะหน่อย...แค่เบื่ออยากนั่งคิดอะไรคนเดียว”

“อย่าให้รู้ว่ามีใครนะ” เธอทำเสียงเข้ม ใครก็รู้ว่าจียองแอบชอบยุนโฮ และยุนโฮเองก็เป็นสุภาพบุรุษเกินกว่าจะที่จะบอกกับเธอว่าเขาไม่ได้คิดอะไร ยุนโฮแค่อยู่เฉยๆ อะไรช่วยได้ก็ช่วยเต็มที่ ให้ความสำคัญเท่ากับเพื่อนคนหนึ่ง ส่วนใครจะคิดอย่างไรเขาก็ไม่สน ... ตอนนี้เขาสนแค่อย่างเดียว

“เดี๋ยวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” เมื่อได้จังหวะที่มินจียองนิ่งเงียบไม่พูดอะไรต่อ ร่างสูงจึงขอตัวออกจากบริเวณนั้น โดยไม่ลืมที่จะสอดส่องมองหาคนที่เขาตามหามาทั้งวัน แต่ก็เหมือนเดิม .. เขาไม่เจอ

 

ก็เฝ้ารอแต่เช้า แต่วันนี้ไม่เห็นเธออย่างที่เคย

 

 

บ่ายวันนั้นยุนโฮเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง ในใจคิดไม่ตกเรื่องเด็กหน้าตางงๆ คนนั้นว่าตอนนี้หายไปไหน เขาเจอคนๆ เดิมทุกๆ วันในที่เดิมๆ เวลาเดิมๆ นานอยู่เกือบเดือน มันค่อนข้างหน้าแปลกอยู่ไม่น้อยเมื่อจู่ๆ คนที่เคยเจอเคยเห็นกลับหายไปซะเฉยๆ ยุนโฮโดนดุอยู่หลายรอบตลอดบ่ายนั้น ข้อหาที่ไม่สนใจเนื้อหาที่อาจารย์กำลังพูดอยู่ หรือตอบคำถามอะไรไม่ได้เลยเมื่อถูกถาม

เขาตัดสินใจโดดเรียนคาบสุดท้ายโดยหวังว่าอาจจะเจอรุ่นน้องคนนั้นนั่งอยู่ที่หน้าโรงเรียนอย่างที่เคย เพื่อความสบายใจและความสุขส่วนตัว เพราะวันนี้ที่ยุนโฮไม่เจอรุ่นน้องคนนั้นทั้งวันบอกตรงๆ ว่ายุนโฮรู้สึกเหมือนชีวิตของเขาขาดอะไรบางอย่าง

ทันทีที่เสียงกระดิ่งดังหมดเวลาคาบที่หกยุนโฮก็หยิบกระเป๋าที่เก็บข้าวของรอไว้ตั้งแต่ต้นชั่วโมงและเดินออกจากห้องไปแทบจะในทันทีที่นักเรียนทำความเคารพอาจารย์อย่างพร้อมเพรียงกัน

“ยุนโฮจะไปไหน?” เป็นมินจียองคนเดิมที่เดินมาขวางทางยุนโฮเอาไว้

“กลับบ้านน่ะสิ”

“ยังเหลืออีกคาบนึงนะ”

“อื้อ...รู้แล้วแต่วันนี้รีบน่ะ”

“โทรบอกที่บ้านแล้วรึยัง?”

“ยัง...เดี๋ยวจัดการเอง แล้วเจอกันนะ” พูดจบยุนโฮก็โบกมือลาและรีบวิ่งออกไปก่อนที่หญิงสาวจะทันได้ถามอะไรต่อ

มินจียองยืนนิ่งอยู่ที่เดิมครู่หนึ่งก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือคู่ใจออกจากกระเป๋ากระโปรง กดเบอร์ที่จำได้แม่นยิ่งกว่าเบอร์บ้านของตัวเองอย่างรวดเร็ว “คุณลุงเหรอคะ? วันนี้ยุนโฮบอกว่าจะกลับเร็ว เลยฝากให้หนูโทรบอกให้เอารถมารับที่โรงเรียน ด่วนเลยค่ะ” เธอบอกด้วยเสียงหวานๆ “ไม่เป็นไรค่ะ” หญิงสาวยิ้มตามขณะพูดก่อนจะพูดสวัสดีอีกครั้ง

ยุนโฮวิ่งเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเขารู้ว่าเขาเสียเวลาไปกับการคุยกับจียองอยู่ไม่น้อย เขาอยากให้แน่ใจว่ารุ่นน้องคนนั้นมาเรียนตามปกติ ไม่ได้เจ็บป่วยอะไรตรงไหน เพราะแค่คิดว่าอีกคนไม่สบายเขาก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ มันเป็นความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่จริงๆ ที่ยุนโฮไม่รู้และไม่สามารถหาข้อมูลอะไรเกี่ยวกับรุ่นน้องได้เลย

 

ก็วันเวลาหมุนไป หัวใจหมุนเร็วกว่า
อยากจะเจอแค่เพียงเธอ
ก็ฝันมากี่คืน แต่วันนี้ขอเพียงให้ได้เจอ

 

 

ขายาวๆ ที่วิ่งมาตลอดทางชะลอตัวลงและใช้ดวงตาเรียวมองหากลุ่มเป้าหมายที่ตามหามาตลอดทั้งวัน ที่หน้าโรงเรียนและลานสนามหญ้าเต็มไปด้วยนักเรียนม.ต้นและม.ปลายปีหนึ่ง ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับการตามหาคนบางคนที่ชอบทำเหมือนกับว่าตัวเองไม่มีตัวตน

แต่ยุนโฮก็เจอ

รุ่นน้องคนนั้นกำลังนั่งดึงหญ้าที่ขึ้นตามสนามอย่างขะมักเขม้น ไม่สนใจเสียงพูดคุยจอแจ และเด็กนักเรียนที่วิ่งไล่จับกันแถวนั้น ตากลมๆ หลังแว่นจ้องมองหญ้าที่ถูกถอนด้วยมือที่แสนซุกซน แต่ยุนโฮค่อนข้างมั่นใจว่ารุ่นน้องของเขาคนนี้ทำไปโดยไม่ตั้งใจ

เขารวบรวมความกล้าเดินเข้าไปช้าๆ เมื่อมั่นใจแล้วว่าคนที่เขาแอบสังเกตพฤติกรรมมาตลอดนั้นยังไม่กลับบ้านง่ายๆ แน่ๆ และดูเหมือนยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขาเดินเข้ามาใกล้ขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เด็กนักเรียนที่นั่งเล่นกันอยู่ฝั่งตรงข้ามของสนามหญ้าต่างชี้มือชี้ไม้มาที่เขากันยกใหญ่

ยุนโฮหายใจเข้าปอดลึกๆ “ระวังยามจะดุเอานะ” เขาพยายามทำเสียงให้ดูเป็นมิตรที่สุด เขาแอบเห็นว่ารุ่นน้องของเขาหยุดถอนหญ้าแทบจะในทันที ก่อนจะหันหน้ามาช้าๆ ยุนโฮส่งยิ้มให้...มันเป็นรอยยิ้มที่ผุดขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติทันทีที่เขาเห็นหน้าของรุ่นน้องชัดเจน

ตากลมๆ ใสๆ ที่จ้องกลับมาทำให้ยุนโฮแอบหวังอยู่ลึกๆ ว่าจะได้รับยิ้มตอบกลับมาบ้าง .. แต่ก็ไม่มี ใบหน้านั้นยังคงนิ่งเฉย ยุนโฮไม่ย่อท้อเขาชวนคุยต่อ

“เห็นนายมานั่งที่นี่ทุกวันกลับบ้านยังไงเหรอ?”

นิ่ง..

“ที่บ้านมารับ?”

เงียบ..

“นั่งรถเมล?”

ยุนโฮยิ้มอีกครั้งที่อย่างน้อยครั้งนี้ร่างเล็กก็พยักหน้ารับเบาๆ

“ฉันชื่อยุนโฮ”

“...แจจุง”

‘แจจุง ชื่อก็น่ารักคนก็น่ารัก’ ยุนโฮต้องห้ามตัวเองไม่ให้พูดคำนี้ออกมา เพราะถ้าพูดออกไปเขาคงจะถูกมองเป็นพวกโรคจิตแน่ๆ ยังไม่ทันที่ยุนโฮจะได้ถามอะไรต่อรถยนต์คันที่ดูคุ้นตาก็วิ่งมาจอดสนิทอยู่ที่หน้าประตูโรงเรียน ยุนโฮถอนหายใจ เดาได้ไม่ยากว่าใครเป็นคนส่งมันมาขัดจังหวะเขาแบบนี้

“ยินดีที่ได้รู้จักนะแจจุง กลับบ้านก่อนนะ” พูดจบก็วิ่งตรงไปที่รถพลางยิ้มอยู่ในใจ...

ทุกเรื่องร้ายๆ ก็มีเรื่องดีๆ อยู่เสมอ... ถึงวันนี้เขาจะไม่เจอรุ่นน้องที่เขาอยากรู้จักทั้งวัน จนพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าแทบจะไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรเลยด้วยซ้ำหรือแม้แต่การที่คนรถมารับทั้งๆ ที่เขาไม่ได้บอก ซึ่งก็ไม่ต้องเดาว่าเป็นฝีมือของจียอง แต่เหนือสิ่งอื่นใด เรื่องที่ดีที่สุดในวันนี้...เขาก็ได้รู้จักชื่อของคนตัวเล็กคนนั้นแล้ว...

ยุนโฮหันมาโบกมือให้แจจุงอีกครั้ง เขาไม่ได้หวังจะให้แจจุงโบกมือตอบด้วยซ้ำไป ร่างสูงจึงรีบดันตัวเข้าไปในรถและทันทีที่ปิดประตูคนขับรถก็ขับรถออกจากบริเวณนั้นทันที

น่ารักนะแจจุง............... 

 

เมื่อถึงบ้านยุนโฮก็เดินตรงเข้าไปยังห้องพักผ่อนทันทีหลังจากที่ตะโกนบอกให้คนในบ้านรับรู้ว่าเขากลับมาแล้ว เขาหยิบกองกระดาษร้อยปอนด์หลายแผ่นที่เขาใช้ร่างรูปเมื่อหลายวันก่อนออกมาจากลิ้นชักส่วนตัว รูปที่วาดไม่เสร็จดีมันมีเพียงแค่โครงร่างของจมูกกับปากกลมๆ เท่านั้นที่เห็นชัด และเส้นผมที่ปิดไปทั่วใบหน้า ส่วนสำคัญของภาพยังขาดหาย .. ดวงตา

ถึงแม้พระเจ้าจะเปิดโอกาสให้ใบหน้านั้นอยู่หลายครั้ง แต่ทว่าเขาก็อยู่ไกลเกินกว่าที่จดจำรายละเอียดได้ มีแค่ความรู้สึกเท่านั้นที่คงอยู่...ความรู้สึกที่ชวนให้ค้นหา ดูทั้งสุขและเศร้าในคราวเดียวกัน .. แต่ทว่าวันนี้ภาพวาดของเขาจะเสร็จสมบูรณ์ เพราะในที่สุดเขาก็ได้เห็นตาคู่นั้นชัดๆ แล้ว และแน่นอนว่าเขาจำมันได้ติดตา

ยุนโฮลงมือวาดภาพทันที เขาร่างดินสอลงเบาๆ ก่อนที่จะเริ่มลงสีให้เข้ม .. ลืมบอกไปว่านอกจากทั้งเรื่องเรียน กีฬา กิริยามารยาทแล้ว ด้านศิลปะยุนโฮก็ไม่เป็นรองใครเช่นกัน เขาใช้เวลาไม่ถึงสี่สิบนาทีในการวาดดวงตาคู่นั้นพร้อมกับตกแต่งภาพทุกภาพให้สมบูรณ์ ผลงานที่เสร็จสิ้นแล้วสร้างความภูมิใจให้กับยุนโฮไม่น้อย เขายิ้มกว้างให้กับภาพตรงหน้า

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ...แจจุง”

 

ไม่อยากได้แค่คิดถึงเธออยู่ตรงนี้
อยากเปลี่ยนนาทีตรงนี้ ให้มีเธออยู่

 

 

พักเที่ยงวันนี้ยุนโฮก็ไปนั่งรอแจจุงตรงที่เดิมอย่างเคย ด้วยท่าทางเดิมๆ ทำทีเป็นอ่านหนังสือการ์ตูนและรอจนกระทั่งมั่นใจว่าแจจุงทานอาหารกลางวันเสร็จแล้วและเดินขึ้นตึกไปเรี