[SF] This is “Love”

posted on 18 Feb 2011 19:47 by tangmoez in Fiction-Shortfic

Title: This is “Love”
Paring: Yunho x Jaejoong
Rate: PG

 

 

 

 

 

This is “Love”

 

 

ลานสนามหญ้าหน้าโรงเรียน คือจุดที่นักเรียนในโรงเรียนมักจะใช้นั่งรอรถประจำทางสายประจำหรือผู้ปกครองมารับกลับบ้าน หรือบางที บางคนอาจจะเวลาระหว่างที่รอผู้ปกครองมารับกลับบ้านใช้ลานสนามหญ้านี้เป็นที่จีบกันแทน... เช่นกัน ร่างเล็กๆ ที่สวมแว่นตาและผมที่ถึงแม้จะสั้นแค่ปลายคางแต่กลับดูยุ่งและปิดหน้าไปเสียหมด มือเล็กๆ กำลังนั่งดึงหญ้าเล่นจนโบ๋เป็นวงกว้าง ก็กำลังนั่งรอรถประจำทางสายประจำอยู่เช่นกัน

“ระวังยามจะดุเอานะ” เสียงทุ้มๆ ดังขึ้นทางด้านหลัง ร่างเล็กหันไปมอง

ชายหนุ่มตัวสูงผิวสีเข้มกำลังยืนค้ำหัวของเขาอยู่ ชายเสื้อไม่ได้อยู่ในกางเกงนักเรียนอย่างที่ควรจะเป็น หรืออันที่จริงต้องบอกว่าควรจะเป็นอย่างที่นักเรียนหลายคนเป็นถึงจะถูก มืออีกข้างถือกระเป๋านักเรียนใบแบนๆ สายตาคมนั้นจ้องร่างเล็กอย่างไม่วางตา

“เห็นนายมานั่งที่นี่ทุกวันกลับบ้านยังไงเหรอ?”

“.......”

“ที่บ้านมารับ?”

“........”

“นั่งรถเมล?”

“........” คราวนี้ถึงจะไม่ตอบแต่ร่างเล็กก็พยักหน้ารับ

“ฉันชื่อยุนโฮ”

“...แจจุง”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะแจจุง กลับบ้านก่อนนะ” พูดจบคนที่เพิ่งแนะนำตัวว่าชื่อยุนโฮก็วิ่งออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ขายาวๆ ของเขาก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงหน้าประตูรถยนต์คันสีดำที่จอดรอไว้อยู่ เขาหันมาโบกมือลาแจจุงก่อนจะหายเข้าไปในรถ

คงจะไม่ทันเห็นแก้มแดงๆ ของแจจุงเลยสักนิด

และอาจจะเป็นเพราะเขินมือเล็กๆ ของแจจุงจึงขยุกขยิกไปมาก่อนจะไปลงที่เจ้าหญ้าต้นน้อยๆ ที่นอนอยู่บนสนาม

‘ระวังยามจะดุเอานะ’ เสียงที่ดังก้องขึ้นมาในหัวทำให้แจจุงหยุดถอนหญ้าก่อนจะก้มหน้าก้มตาเล่นเล็บของตัวเองและอมยิ้มอยู่คนเดียว

ยุนโฮ............ 

 

แจจุงเดินเข้ามาในบ้านอย่างใจลอย ไม่ได้ยินคำทักทายของพี่สาวเลย หลังจากถอดรองเท้าและกินน้ำอย่างที่ทำอยู่ทุกวันแล้วขาเล็กๆ ก็เดินกลับเข้าห้องนอนไป

“แจจุงเป็นอะไรไป?” หนึ่งในพี่สาวทั้งสามคนถามขึ้นมา

“สงสัยจะต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับเจ้าเด็กยุนโฮนั่นแน่ๆ” พี่สาวอีกคนบอกสรุป

“งั้นเดี๋ยวฉันจะไปถามเองว่าตกลงเรื่องมันเป็นมายังไง?” อีกคนสรุปก่อนจะเดินไปถอดผ้ากันเปื้อนและแขวนไว้ที่เดิมและเดินตามรอยเท้าที่น้องเล็กใจลอยทิ้งเอาไว้

 

ก๊อกๆ 

“แจจุงพี่ขอเข้าไปนะ” ไม่ต้องรอให้ตอบพี่สาวก็เปิดประตูเข้าห้องนอนของน้องชายไป

...

แจจุงนั่งอยู่บนโต๊ะทำการบ้านตัวเดิม ท่าทางของแจจุงเป็นแบบเดิมตั้งแต่กลับมาถึงบ้านคือใจลอย จนไม่รู้ว่าพี่สาวของเขาอีกคนมายืนค้ำโต๊ะการบ้านและแอบอ่านบันทึกที่แจจุงจดไว้

‘วันนี้ยุนโฮทัก?’” ดูเหมือนสติของแจจุงจะกลับคืน มือเล็กๆ รีบปิดสมุดไดอารี่ลง

“พี่อ่ะ...เสียมารยาท” ปากเล็กๆ บ่นแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

“ว่าแล้วเชียวที่นายดูเหม่อๆ แบบนี้ต้องเป็นเพราะเจ้าเด็กยุนโฮนั่น”

“.......” น้องคนเล็กไม่ตอบ เอาแต่ก้มหน้ายิ้มเขินอยู่คนเดียว

“ไง? ทำอีท่าไหนล่ะถึงได้คุยกันได้น่ะ”

“ไม่รู้...จู่ๆ เขาก็เข้ามาทักตอนที่กำลังนั่งรอรถอยู่”

“นายคงจะตัวแข็งทื่อไปเลยล่ะสิ?” แจจุงเบิกตาโตก่อนจะพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว “เลิกทำท่าตื่นแบบนี้ได้แล้วนะ หน้าตาก็ออกจะน่ารักแต่ชอบทำตัวเอ๋อเรื่อย” พี่สาวว่าก่อนจะออกแรงผลักศีรษะกลมๆ นั่นเบาๆ “ผมเผ้าก็ตัดมั่ง ปิดจนมองไม่เห็นหน้าอยู่แล้วเนี่ย”

“.......”

“เดี๋ยววันหยุดนี้ไปกันมั้ย?”

“อื้อ” แจจุงรับ “ขอบคุณนะพี่”

“เรื่องเล็กน่า” เธอตอบ “แต่ขอแลกเปลี่ยนเป็น...เล่าเรื่องนี้ให้พี่ใหญ่กับพี่รองฟังนะ ฮ่าๆ” พูดจบก็รีบวิ่งออกจากห้องไปโดยที่แจจุงไม่ทันจะได้ทักท้วง หรืออันที่จริงก็ไม่ได้กะจะท้วงอะไรอยู่แล้ว แค่จะเขินนิดหน่อยตอนพี่สาวทั้งสามล้อเท่านั้นเอง

 

แค่อยากรู้ ว่าเธอจะคิดอย่างไร
หากเธอรู้ความจริง ว่าฉันแอบรักเธอจนหมดใจ

 


วันต่อมา...

แจจุงถูกอาจารย์ใช้ให้ยกสมุดการบ้านของเพื่อนๆ ไปไว้ที่ห้องพักครู ซึ่งแจจุงก็ไม่ได้ขัดข้อง ร่างเล็กไม่ลืมที่จะแอบตรวจดูตารางเรียนของยุนโฮก่อนจะออกจากห้องไป ‘B205’ .. แจจุงชอบที่จะออกจากห้องเรียนบ่อยๆ อยู่แล้ว เพราะเผื่อว่าจะบังเอิญเจอยุนโฮตามทางเดินหรือห้องเรียนของเขา ทั้งที่จริงแล้วแจจุงสามารถเดินลงจากตึกเอชั้นสามไปเพื่อนำสมุดไปวางที่ตึกบีชั้นหนึ่งได้เลย แต่ร่างเล็กเดินกลับเดินหอบสมุดกองโตเกือบสี่สิบเล่มไปตามทางเชื่อมระหว่างตึกเอและตึกบี และอ้อมไปลงบันไดอีกทางของชั้นสองเพื่อลงไปยังชั้นชั้นหนึ่งของอาคาร

“แจจุง?” เสียงคุ้นๆ ดังแว่วมาจากห้องที่แจจุงเพิ่งเดินผ่านไป ขาเล็กจึงหยุดชะงักก่อนจะถอยหลังกลับประมาณสองสามก้าวเพื่อมองเข้าไปในห้อง

ยุนโฮ?

“แจจุงจริงๆ ด้วย” ร่างสูงยิ้มกว้าง “มาทำอะไรเหรอ?”

“.......” แจจุงไม่ตอบอะไรอีกเช่นเคย ตากลมๆ ที่ซ่อนไว้หลังแว่นตา และผมเผ้าที่รุงรังยังคงจ้องยุนโฮอย่างไม่วางตา

“เอาสมุดการบ้านไปส่งเหรอ?” ร่างสูงลุกออกจากเก้าอี้และเดินมาหาแจจุง “เดี๋ยวฉันช่วย”

“เอ่อ...มะ...ไม่เป็นไร”

“เถอะน่า...ตัวเล็กนิดเดียวเดินมาตั้งไกลแล้วเดี๋ยวฉันช่วย” โดยไม่รอให้แจจุงพูดอะไรอีกยุนโฮก็ถือวิสาสะอุ้มสมุดที่แจจุงกอดไว้อยู่มาถือไว้เอง “หนักเหมือนกันนะเนี่ย”

แจจุงก้มหน้า...เมื่อครู่นี้มือของทั้งคู่สัมผัสกันโดยบังเอิญ เหมือนยุนโฮจะไม่รู้สึกตัวแต่สติของแจจุงหลุดออกไปแล้ว

“แจจุงง!”

“หือ?”

“เดินมาสิ”

ร่างเล็กเพิ่งรู้ตัวว่ายุนโฮเดินนำเขาไปไกล ขาเล็กๆ เริ่มออกวิ่งเมื่อถูกตาม และมั่นใจว่าขาที่วิ่งอยู่เร็วไม่เท่าหัวใจที่กำลังเต้นอย่างหนักในตอนนี้แน่ๆ

 

แค่อยากรู้ ว่าเธอรู้สึกเช่นไร
เมื่อทุกครั้งที่เราได้พบ เพราะฉันเองที่ตั้งใจ

 

 

“แจจุงเรียนตึกนี้เหรอ?”

“เปล่า...”

“แล้วมาทำอะไรที่ตึกนี้ล่ะ?”

“เอาสมุดการบ้านมาส่ง”

“มาไกลนะ”

“.......”

แจจุงเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการตอบคำถาม เพราะไม่รู้จะตอบอะไร ร่างเล็กมาไกลอย่างที่ยุนโฮว่าจริงๆ อ้อมไปอ้อมมาเพียงหวังว่าเผื่อจะเจอ ขอแค่ได้มอง ไม่เคยคิดว่ายุนโฮจะมาคุยด้วยด้วยซ้ำไป มันออกจะเกินความคาดหมายไปเสียหน่อย แต่แจจุงก็รู้ดีว่า...ยุนโฮเป็นแค่รุ่นพี่ที่นิสัยดีมากๆ คนหนึ่งเท่านั้นเอง

“แจจุง?”

“ห๊ะ?...หือ?”

“เหม่อบ่อยจัง”

แจจุงยิ้มตอบก่อนจะทำทีเป็นตรวจเช็ครายชื่อเพื่อนบนหน้าปกสมุดเมื่อยุนโฮวางมันลงบนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว

“ให้ฉันไปส่งที่ห้องไหม?”

“เอ่อ......”

“ยุนโฮ๊!!” เสียงแหลมแสบแก้วหูดังมาจากทางประตูห้องพักครู ทั้งยุนโฮและแจจุงหันไปมอง

มินจียอง ปีสาม ห้องเอ นักเรียนคนสวยของโรงเรียนนั่นเอง เธอมีดีกรีเป็นนักแสดงหน้าใหม่เสียด้วย จึงไม่แปลกที่ใครต่อใครทั้งในโรงเรียนและโรงเรียนใกล้เคียงต่างโหวตให้เธอเป็นคนที่สวยที่สุดและแน่นอนว่าเธอก็เรียนเก่งเสียด้วย เพอร์เฟ็ค!

“อ้าว! จียอง” ยุนโฮหันไปทักทายเธออย่างรวดเร็ว “มาทำอะไรล่ะ?”

“มาหายุนโฮนั่นแหละ แต่ไปที่ห้องแล้วเพื่อนๆ ยุนโฮบอกว่ายุนโฮออกมาข้างนอกกับ...”

“แจจุง น้องเขาชื่อแจจุง”

แจจุงไม่ได้โค้งทำความเคารพอย่างที่รุ่นน้องควรจะทำ แต่กลับมองจียองอย่างไม่วางตา

“อื้อ! นั่นแหละ”

“แล้วมีอะไรรึป่าว?”

“มีสิ!” เธอตอบ “ช่วยไปส่งที่สตูดิโอหน่อยนะ” ไม่ได้พูดอย่างเดียว ขาที่เรียวเล็กอย่างกับตะเกียบก้าวฉับๆ เข้ามาในห้อง ก่อนจะเอามือคล้องแขนยุนโฮ

“ได้สิ” ร่างสูงตอบก่อนจะหันมาหาแจจุง “ไว้เจอกันนะแจจุง”

“อื้อ”

แล้วร่างเล็กก็ยืนมองแผ่นหลังของคนทั้งคู่เดินออกจากห้องพักครูไป ทั้งยุนโฮและจียองต่างก็ดูมีความสุขกันทั้งคู่ พูดคุยกันอย่างออกรสและส่งเสียงหัวเราะไปตามทางเดิน ไม่แปลกใจเลยที่นักเรียนทั้งโรงเรียนต่างมองคนทั้งคู่ด้วยความอิจฉา เพราะเขาเหมาะสมกันอย่างที่สุด

อิจฉา....แจจุงก็อิจฉาเหมือนกัน

“อื้อ....ไปส่งฉันที่ห้องหน่อยนะ” แจจุงตอบคำถามที่ยุนโฮถามทิ้งไว้

 

เคยเหงามานาน กับการรอคอยใครสักคน
แต่เมื่อเจอก็ต้องทุกข์ทน ที่ต้องเก็บคำนี้ไว้

 

 

แจจุงไม่ได้กลับมาบ้านด้วยท่าทางเหม่อลอยที่ดูแล้วมีความสุขอย่างเมื่อวันก่อน แต่มันกลับดูหงอยเหงาจนพี่สาวทั้งสามรู้สึกได้ แจจุงไม่ได้เดินขึ้นบนบ้านเพื่อไปนั่งจดบันทึกอย่างที่เคยทำ แต่กลับนั่งเท้าคางอยู่บนโซฟาและมองออกไปนอกหน้าต่างโดยที่ไม่พูดอะไร

ไม่ต้องถามก็รู้ เพราะข่าวสารสมัยนี้มาถึงไวราวกับลม พี่คนโตได้รับข่าวกอซซิปนี้ผ่านทางบีบีเมื่อเพื่อนหลายต่อหลายคนที่เป็นแฟนคลับของมินจียองส่งข้อความนี้ต่อๆ กันมา และแน่นอนว่าทุกข้อความมีต่อท้ายว่า ยุนโฮทิ้งแจจุงไว้ที่ห้องพักครูเพื่อไปกับมินจียอง

“แจจุง...” พี่สาวคนโตเรียกเบาๆ ก่อนจะเอามือเรียวๆ ลูบศีรษะของน้องคนเล็ก แจจุงหันมายิ้มบางๆ

“ไม่เป็นไรหรอก” แจจุงตอบเบาๆ “ก็รู้ตัวดีอยู่แล้วนี่นา”

“รู้ตัว?” พี่คนกลางถามเสียงสูง “นายพูดแบบนี้ไม่ได้หรอก นายยังไม่ได้ลงมือทำอะไรซักอย่างเลย”

“ใช่...แผนการเปลี่ยนแปลงตัวเองยังไม่เริ่มสักนิด”

“เปลี่ยนไปก็ไม่มีประโยชน์...” แจจุงดูจะหมดหวังเมื่อรู้ตัวเองว่าจะต้องไปเทียบชั้นกับมินจียองคนสวยที่แสนจะเพอร์เฟ็ค คิมแจจุงเป็นแค่นักเรียนม.ปลายปีหนึ่งที่หน้าตาดูงงๆ ตลอดเวลา เรียนก็แค่พอใช้

“นายยังไม่ได้ทำอะไรแล้วนายรู้ได้ยังไง?”

“ก็รู้จักประมาณตนไงพี่”

พี่สาวคนเล็กกำกำปั้นก่อนจะทุบลงศีรษะน้องชายอย่างแรงทีนึง แจจุงถึงกับหยีตาเพราะความเจ็บปวด

“นายรู้จักประมาณกำปั้นของพี่หรือเปล่า? แล้วเคยคิดไหมว่ามันจะทำให้เจ็บขนาดนี้?”

“.......”

“ไม่รู้เพราะยังไม่เคยโดน พอโดนแล้วก็ถึงรู้ว่ามันเจ็บ ... เรื่องนี้ก็เหมือนกัน นายจะประมาณตนไปเพื่ออะไรถ้านายยังไม่ลงมือทำ บางทีผลลัพธ์มันอาจจะเป็นมากกว่าที่นายคิดก็ได้!”

ทั้งพี่โต พี่รองและแจจุงมองหน้ากัน ...

“มันงงๆ ไปหน่อยแต่พี่ก็ถือว่าผ่านนะ” พี่โตพูด ก่อนที่อีกสองคนที่เหลือจะพยักหน้ารับตามอย่างงงๆ

 

...

“ความสามารถพิเศษของนายคือ?” พี่สาวคนโตถาม

“ทำกับข้าว” แจจุงตอบ

“ถือว่าได้มั้ย?” พี่รองที่กำลังจดข้อความยุกยิกๆ ใส่สมุดเอ่ยปากถามก่อนที่ทั้งสามคนจะหันหน้าไปปรึกษากันก่อนที่จะตัดสินมาว่า “ไม่ได้! ไม่ผ่าน!”

“ผู้หญิงถือว่าได้เปรียบเรื่องทำกับข้าวอยู่แล้ว” พี่สาวคนเล็กพูด

“นายต้องคิดว่าอะไรที่มันเป็นสิ่งที่พิเศษสำหรับนายสิ”

“อืม...” แจจุงทำท่าคิด “ร้องเพลงได้มั้ย?”

“ร้องเพลง?”

“ได้สิ!” ทั้งสามเสียงพูดขึ้นพร้อมกัน “นี่แหละ โป๊ะเช๊ะ!”

“เราจะจัดงานเลี้ยงฉลองแล้วก็ให้นายขึ้นไปร้องเพลง!” พี่รองพูดอย่างดีใจ

“ใช่ๆๆ” อีกสองคนขานรับ

“แล้วฉลองเนื่องในโอกาสอะไรล่ะ?”

“.......”

“นั่นน่ะสิ?”

ทางตัน.....

ปิดการประชุมแผนสร้างความน่าสนใจให้กับคิมแจจุง เจ้าตัวเล็กจึงขอตัวไปนอนก่อนเนื่องจากวันพรุ่งนี้เป็นวันศุกร์และยังคงมีเรียนตามปกติ ปล่อยให้พี่สาวทั้งสามคนนั่งพูดคุยกันต่อ...

เขาเดินกลับเข้ามาในห้องนอน หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย ร่างเล็กก็ใช้เวลาก่อนนอนจดบันทึกอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้มันอาจจะไม่ใช่บันทึกที่มีความสุขซะทีเดียวเหมือนครั้งก่อน แต่ก็ไม่ได้เศร้าจนถึงขนาดต้องนอนร้องไห้ ... อย่างที่หลายๆ คนว่า ทุกเรื่องแย่ๆ ย่อมมีเรื่องดีๆ เสมอ

ถึงสุดท้ายแล้วยุนโฮจะเลือกไปส่งจียองแทนที่จะไปส่งเขา แต่อย่างน้อยยุนโฮก็ยังอุตส่าห์แบกสมุดการบ้านจากห้องเรียนของเขามาห้องพักครู .. เท่านี้ก็ดีแล้ว...ล่ะมั้ง?

“ร้องเพลงเหรอ?” แจจุงพึมพำ

ถึงจะบอกกับตัวเองว่ามันไม่ได้เศร้าไปซะทีเดียว แต่แจจุงก็ไม่โกหกตัวเองว่าตอนนี้น้ำตาของเขามันกำลังไหลขณะที่กำลังร้องเพลงอยู่ ... หยุดคิดถึงยุนโฮไม่ได้จริงๆ

 

คือคำว่ารักเธอ ฉันรักเธอ
ตั้งแต่วันที่พบหน้า อาจเป็นเพราะสายตา
แค่เพียงสายตา ก็ทำให้ฉันเคลิ้มไป
จากนาทีนั้น ความเงียบเหงาจู่ๆ มันก็หายไป
จนนาทีนี้ก็ไม่เหลือเวลาใด ให้ใจฉันหยุดคิดถึงเธอ

 

 

หลังจากวันหยุดที่ผ่านมาแจจุงก็พยายามเปลี่ยนตัวเอง โดยได้รับความช่วยเหลือจากพี่สาวคนสวยทั้งสามคนจัดการแปลงโฉมแจจุงจากคนที่ดูสลึมสลือ หน้าตาดูงงๆ ตลอดเวลาให้เป็นคนใหม่ เปลี่ยนทรงผมที่รกรุงรังปิดหน้าปิดตา เซ็ทให้เข้าทรงและเปิดเผยให้เห็นดวงตากลมๆ ใสๆ แต่แจจุงปฏิเสธการใส่คอนแทคเลนส์ แจจุงพอใจที่จะใช้แว่นสายตาของเขาตามเดิม โดยตกลงว่าจะใช้ก็ต่อเมื่อจำเป็นเท่านั้น และสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งนี้ของแจจุงก็คือ ความกล้าแสดงออก

เพราะแจจุงนึกขึ้นได้ระหว่างที่กำลังนอนร้องเพลงและร้องไห้ ว่าที่โรงเรียนจะมีกิจกรรมแสดงดนตรีตอนพักเที่ยงที่โรงอาหาร ร่างเล็กจึงรีบบอกกับพี่สาวและขอร้องให้ช่วยเปลี่ยนแปลงจากคนเฉิ่มให้ดูดีขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยก็จะได้ไม่โดนสมาชิกในชมรมไล่ตะเพิดออกมาเสียก่อนตอนไปขอสมัครเป็นนักร้อง

จากเมื่อก่อนที่แจจุงจะหาเรื่องพยายามเดินผ่านห้องเรียนหรือเดินตามทางเดินบ่อยๆ เพียงแค่หวังจะเจอยุนโฮ ุตอนนี้ก็เปลี่ยนไป แจจุงเลือกที่จะเลี่ยงโอกาสอันที่จะทำให้เขาเจอกับยุนโฮ สมุดการบ้านที่ได้รับหน้าที่ให้ไปส่งที่ห้องพักครู แจจุงก็ขอร้องให้เพื่อนที่นั่งข้างๆ ไปส่งให้แทน ดีที่ว่าเพื่อนที่นั่งข้างๆ แจจุงเป็นคนดีจึงไม่ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือเมื่อแจจุงร้องขอ แต่ถึงแม้จะพยายามหลีกเลี่ยงเท่าไหร่ บางครั้งแจจุงก็แอบเห็นยุนโฮอยู่