[FIC] แอบ......รัก #1

posted on 07 Oct 2009 23:17 by tangmoez  in 02-Fiction, Fiction-SecretlyLove

Title :: [FIC] แอบ......รัก #1
Couple :: YUNJAE x YOOSU x CHANGMIN
Author :: Tangmoez
Rate :: PG...จนแทบจะ G
Warning :: เรื่องนี้เกิดจากจินตนาการของผู้แต่ง เป็นความพึงพอใจส่วนบุคคล เนื้อหาเป็นแนว Boy's Love หรือ yaoi หากท่านผู้อ่านท่านใดมีความชอบที่แตกต่างกัน ขอให้ปิดหน้านี้ลงอย่างสันติ ขอบคุณค่ะ

 

 

#1

 

ป๊อปอัพของ msn เด้งขึ้นบนหน้าจอ เพื่อบอกให้เจ้าของแล็ปท็อปรู้ว่าตอนนี้ มีผู้ติดต่อคนใหม่ต้องการจะสนทนาด้วย สายตาลากผ่านที่ข้อความ display และ e-mail ด้วยนิสัยที่ชอบติดต่อสื่อสารกับผู้คน เสียงคลิกจึงดังเบาๆ เมื่อเจ้าตัวกดรับอย่างไม่ลังเลใจ

ไม่นานหลังจากกดรับ แสงไฟที่แถบ taskbar ก็กระพริบขึ้นโดยปราศจากเสียง เมื่อคู่สนทนาต้องการเริ่มบทสนทนา

 

D.I.Y says :
สวัสดีครับ
คุณแจจุง says :
หวัดดี...ใครเนี่ย?
D.I.Y says :
บอกไปแล้วจะรู้จักเหรอ?
คุณแจจุง says :
อืม...คุณก็ต้องลองบอกดูก่อนละนะ ถึงจะตอบได้ว่า รู้จัก หรือ ไม่รู้จัก
D.I.Y says :
ผมชื่อ ชางมิน ครับ
คุณแจจุง says :
เหรอ?
ผมว่าผมรู้จักคุณอยู่นะ ใช่คนที่ทำงานอยู่บริษัทเดียวกับยูชอน และเป็นเพื่อนของยูชอนซึ่งเป็นแฟนของจุนซูเป็นเพื่อนของผม ที่เราไม่เคยคุยกันเลยน่ะ...ใช่มั้ย??
D.I.Y says :
ฮ่าๆ ใช่ครับ...ถูกต้อง ^^

 

หลังแป้นพิมพ์แจจุงเองก็หัวเราะจนหัวทิ่มจากการไล่ลำดับอันแสนงงของตัวเอง จากบทสนทนาเริ่มต้นที่เรียบง่ายในตอนแรก ก็เริ่มเข้มข้นเมื่อคนช่างคุยอย่างแจจุง เริ่มจะกวนเท้าและซอกแซกถามเรื่องที่ไม่ควรถามเกี่ยวกับเพื่อนเขาอยู่ตลอดเวลา ทั้ง ระหว่างงานสองคนนั้นจู๋จี๋กันบ่อยหรือเปล่า?, เจ้านายบ่นหรือเปล่าเวลาสองคนนี้แอบจู๋จี๋กัน?, จุนซูงอนยูชอนบ่อยมั้ย? บางครั้งคำถามก็ลึกเกินไป จนคุณชางมินเพื่อนใหม่ไม่อาจจะตอบได้ จึงทำได้แค่ หัวเราะแหะๆ ให้แจจุงผู้อยู่หลังแป้นรู้สึกขัดใจ

 

D.I.Y says :
แจจุงมีแฟนรึยัง?

 

คำถามที่เอาร่างเล็กที่พิมพ์คีย์บอร์ดคล่องราวกับเป็นคนออกแบบตำแหน่งแป้นหยุดชะงัก ใช้เวลานานกว่าจะคิดคำตอบที่ถูกใจได้

 

คุณแจจุง says :
คุณต้องเรียกผมว่า คุณแจจุง สิ ชื่อ display ผมก็บอกอยู่

 

แจจุงแถออกนอกเรื่อง...ซะอย่างนั้น

 

D.I.Y says :
ครับ...คุณแจจุง คุณแจจุงมีแฟนรึยัง?
พอใจมั้ย??
คุณแจจุง says :
นิดหน่อย
D.I.Y says :
...
คุณแจจุง says :
??
D.I.Y says :
นี่จะไม่ตอบจริงๆ เหรอครับ?
คุณแจจุง says :
ยังไม่ได้บอกเลยว่าจะไม่ตอบ
ยังไม่มี...ไม่มีใครมาจีบ
D.I.Y says :
จริงเหรอ? ไม่ใช่มีคนจีบแต่ไม่ชอบเค้าเหรอ?
คุณแจจุง says :
ผมก็คิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นแหละ ฮ่าๆๆๆ
D.I.Y says :
^^
คุณแจจุง says :
อันที่จริงผมก็มีคนที่ผมชอบอยู่นะ แต่ก็นะ...โลกก็เป็นซะอย่างนี้ คนที่เราชอบก็ไม่สนใจ
D.I.Y says :
??
ผมชักอยากเห็นหน้าคนโชคดีคนนั้นซะแล้วสิ
คุณแจจุง says :
คุณก็รู้จักนะ!
D.I.Y says :
ครับ?
รู้จักด้วยเหรอ?
ใครกัน?
คุณแจจุง says :
แล้วผมจะมั่นใจได้ยังไง ว่าคุณจะไม่เอาไปบอกเพื่อนผมหรือคนคนนั้น?
D.I.Y says :
เห?
คุณแจจุง says :
ตามนั้นแหละ
D.I.Y says :
ผมคงทำได้แค่ สัญญา แหละครับ แจจุงจะเชื่อรึป่าวคงจะต้องแล้วแต่........
คุณแจจุง says :
แหม...ตอบได้โดนใจจัง ^^
D.I.Y says :
เหอเหอ....
คุณแจจุง says :
ผมบอกคุณก็ได้...แต่คุณต้องไม่ไปบอกใครนะ?
D.I.Y says :
ครับ !
คุณแจจุง says :
ยุนโฮ หัวหน้าแผนกของ ยูชอนกับจุนซูนั่นแหละ ^^
D.I.Y Offline

 

แจจุงขมวดคิ้วกึ่งสงสัยกึ่งไม่พอใจที่คู่สนทนาออกไปโดยไม่บอกกล่าว

“เน็ตตัดล่ะมั้ง?” บ่นกับตัวเองก่อนจะหันไปสนใจกับงานก่อนหน้านี้ ที่ถูกลืมทิ้งไว้ข้างหลังเมื่อเจอคนที่คุยกันถูกคอ ก่อนจะนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับตัวเอง ในใจก็แอบภาวนาให้ชางมินเพื่อนที่พูดมากในโลกไซเบอร์แต่พูดน้อยในชีวิตจริงเอาเรื่องในวันนี้ไปบอกกับยุนโฮ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องบอกเอง

‘เราควรมีประสบการณ์ แอบรัก 1 ครั้ง บอกรัก 1 ครั้ง บอกเลิก 1 ครั้ง’

ประโยคในหนังสือ What’s up babe? : ไปไหนจ๊ะน้องสาว ที่แจจุงซื้อมาอ่าน ถึงแม้จะรู้ตัวเองว่าไม่ใช่ ‘น้องสาว’ ก็ตาม เด้งขึ้นมาในหัว

“แอบรัก...มีแล้ว เหลือแต่บอกเลิก กับ บอกรักนี่แหละ” แจจุงบ่นกับตัวเอง ก่อนจะหันไปสนใจงาน...อีกครั้ง หลังจากที่ทิ้งมันไป...อีกแล้ว -  -“

กว่างานจะเสร็จได้ก็ปาไปดึกดื่น แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสำหรับคนสมาธิสั้นต่องานอย่างคิมแจจุง

 

กริ๊ง...

“สวัสดีครับ” แจจุงกดรับแทบจะในทันทีที่เสียงโทรศัพท์มือถือดัง เพราะกำลังจะตั้งนาฬิกาปลุกพอดี

“โหย...ให้ฟังเสียงรอสายเพลงของดงบังชินกิหน่อยก็ไม่ได้” เสียงตัดพ้อที่ดังมาตามสายทำเอาแจจุงอยากจะเอาไส้ออกมาหัวเราะด้วย

“ไร้สาระจัง นายโทรมาทำไมเนี่ย?”

“คิดถึงโทรมาไม่ได้หรอ?”

“ไม่ได้ เกิดกำลังคุยกับนายอยู่แล้วคนที่ฉันอยากคุยด้วยโทรมาไม่ติดล่ะ?”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็แสดงว่านาย ไม่ได้ตั้งค่าโทรศัพท์ให้รับสายเรียกซ้อนได้น่ะสิ ฮ่าๆๆ”

“กวนโมโหก่อนนอนเดี๋ยวก็ไม่ได้ตายดีหรอกยูชอน”

“ล้อเล่นน่า จุนซูให้โทรมาหานายบอกว่าพรุ่งนี้ให้เอาข้าวไปให้ด้วย จุนซูอยากกินกับข้าวฝีมือนายจะแย่”

แจจุงกลั้นหัวเราะ เมื่อนึกถึงใบหน้างอแงของจุนซูตอนอยากทานอาหารฝีมือของแจจุง ในสมัยที่อยู่ยังอยู่หอพักด้วยกัน “ฉันไปเป็นเบ๊พวกนายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” แจจุงถามกลั้วหัวเราะ

“เถอะน่า...ได้โปรดดด” ยูชอนลากเสียงยาว

“ไม่รับปาก ถ้าตอนเที่ยงเจอก็แสดงว่าตกลง เท่านี้นะ?” พูดจบก็ตัดสายทันทีไม่ให้ยูชอนได้มีโอกาสอ้อนวอนอีกครั้ง...เพราะถึงอย่างไร แจจุงก็ต้องทำกับข้าวไปส่งให้อยู่ดี เหตุผลไม่ใช่เพราะสงสารจุนซูหรอก แต่แจจุงอยากจะเจอ หัวหน้าชอง ต่างหาก ^^

.


.

11 นาฬิกาตรง แจจุงจัดการนำอาหารใส่ปิ่นโตเล็กๆ ก่อนจะจัดการพลิกป้าย[I] Close[/I] ลงกลอนล็อคประตูกระจกเรียบร้อย แล้ววิ่งไปยังอีกฝั่งของถนนเพื่อเอากับข้าวไปส่งให้ 2 เพื่อนซี้ที่ไม่ยอมลงมากินอาหารที่ร้านด้วยตัวเองทั้งๆ ที่ห่างกันอยู่แค่ไม่กี่บล็อก

สายตาคมสแกนมองหาเพื่อน 20% อีก 80% ที่เหลือ สแกนหาหัวหน้าชองของเพื่อน ที่มาถึงก่อนเที่ยง ก็เผื่อว่าจะมีโอกาสได้สบตากับหัวหน้าชองบ้าง เท่านี้...ก็ทำให้แจจุงมีแรงทำอาหารทั้งวัน และพิมพ์งานทั้งคืนแล้ว

แต่ยังไม่ทันจะได้เปิดเรดาห์เสียงแหลมเซ็กซี่ของจุนซูก็มากระชากวิญญาณของแจจุงไป

“ทางนี้ๆ แจจุง”

แจจุงกรอกตาเซ็งๆ ก็รู้อยู่ว่าทางนั้น มาส่งข้าวให้จะเป็นปีไม่รู้น่ะสิแปลก

 

“ช่วงนี้งานเยอะมั้ย?” จุนซูถามขณะเปิดปิ่นโตและเริ่มจัดวางอาหารลงบนโต๊ะ

แจจุงส่ายหน้า “ไม่น่ะ น้อยลงกว่าเดิมเยอะ ปิดเทอมด้วยล่ะมั้ง เลยไม่ค่อยมีงานพิมพ์”

แจจุงเป็นเจ้าของร้านอาหารเล็กๆ ที่ตอนค่ำหลังจากปิดร้านยังมีงานพิเศษ คือ รับพิมพ์งานทั้งด่วนและไม่ด่วน  สาเหตุที่รับพิมพ์งานด่วนก็เพราะพิมพ์เร็วสายฟ้าแลบ หรือจะว่า พิมพ์เร็ว ก็เลยรับงานพิมพ์ด่วน ก็ไม่รู้...แต่ก็ถูกทั้งคู่นะ !

“อืม เดี๋ยวจะลองคุยกับหัวหน้าชอง ให้ช่วยหางานให้ละกันนะ รู้สึกช่วงนี้พวกเสมียนพิมพ์งานมือเป็นระวิงเลย” จุนซูพูดอย่างเห็นใจเพื่อนโดยไม่คิดอะไร และไม่รู้ตัวเลยว่า คำว่า หัวหน้าชอง ทำเอาหน้าแจจุงหูผึ่งและแดงเป็นลูกตำลึง

“อะ...อื้อๆ”

เสียงงับประตูลงเบาๆ แต่ในความรู้สึกของแจจุงมันกลับดังก้องกังวาน และแทบจะหันขวับไปในทันที เพราะจำได้ว่ามันคือเสียงประตูของห้อง หัวหน้าชอง

ตามองตา...สายตาก็จ้องมองกัน~

เสียงเพลงบรรเลงขึ้นในใจของแจจุงขึ้นล่วงหน้า แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อหัวหน้าชองกลับก้มหน้าก้มตาเก็บเอกสารที่กำลังจะไหลออกจากมือให้เข้าที่ เขาหันหน้ากลับมาที่โต๊ะของจุนซูก่อนจะทำหน้าตาไม่พอใจใส่ยูชอนที่เพิ่งเดินมาถึงและงงเป็นไก่ตาแตก...ของจริง

“มองไร?!” แจจุงกระชากเสียงใส่

“ปะ...ป่าว” ยูชอนตอบกระอึกกระอัก ทั้งๆ ที่ในใจกลับตะโกนเสียงดังว่า เขาต่างหากที่ควรเป็นคนถามว่า แจจุงมองอะไร?

นั่งเท้าคางหน้าบูดมองหน้าเพื่อนทานอาหารฝีมือตัวเองอย่างเอร็ดอร่อยด้วยความรู้สึกที่พอใจเป็นอย่างยิ่ง กับการที่พลาดส่งยิ้มทักทายให้หัวหน้าชอง นึกแล้วก็อยากเอามือทึ้งผมตัวเอง

แต่...

“สวัสดีครับ” เสียงที่แจจุงเดาออกว่าเป็นใคร จู่ๆ ก็ดังขึ้นใกล้ๆ ตัวเขา

“หัวหน้าชอง สวัสดีครับ!!” สองคนที่กินอย่างไม่ลืมหูลืมตาเมื่อครู่รีบลุกจากเก้าอี้ทักทายอย่างมีมารยาท

“ทานข้าวด้วยกันสิครับ” ยูชอนเอ่ยชวน...แจจุงหายโกรธยูชอน

“จะดีเหรอ?”

“ดีสิครับ” จุนซูตอบรับ...แจจุงก็หายโกรธจุนซูเช่นกัน...โกรธเรื่องที่เรียกแจจุงไง?

“......”

“......”

“นี่เพื่อนของพวกผมครับ ชื่อแจจุง” ยูชอนแนะนำเพื่อนรักตัวเองให้หัวหน้าได้รู้จัก

แจจุงลุกจากเก้าอี้ช้าๆ ก่อนจะก้มหัวทักทายอย่างมีมารยา..ท “สวัสดีครับ”

“สวัสดีครับคุณแจจุง”

คำทักทายของหัวหน้าชองทำเอาแจจุงเกือบจะเข่าอ่อน และหน้าแดงโดยไม่มีสาเหตุ...อันที่จริงสาเหตุก็มีแต่ไม่มีใครรู้ ^^

“ผมไม่รบกวนหรอกครับ พอดีต้องออกไปคุยงานกับลูกค้าข้างนอก...ทานข้าวให้อร่อยนะครับ” ยุนโฮพูดก่อนจะยิ้มรับอีกครั้งเมื่อทั้งสองกล่าวลา โดยมีอีกคนหนึ่งที่ก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไร

ชองยุนโฮหันหลังให้...เดินออกไปพร้อมรอยยิ้ม...ที่น่าสงสัย?

 

D.I.Y says :
ผมว่าคุณน่าจะหาโอกาส ‘บอกรัก’ หัวหน้าชองนะ

 

ข้อความของชางมินตอบกลับมาในขณะที่กำลังคุยกันในยามดึกดื่นค่ำคืนงานไม่เสร็จของแจจุง หลังจากที่เคลียร์กันเข้าใจแล้วว่าวันนั้นที่อยู่ๆ ก็ออกไปเพราะไฟดับและคุยกันบ่อยจนกลายเป็นเรื่องปกติ ที่ชางมินต้องมาเป็นที่ปรึกษาปัญหาหัวใจให้กับยุนโฮ ประโยคสั้นๆ นั้นที่ทำเอาแจจุงจะอายม้วนต้วน 25 ตลบถ้วน

 

คุณแจจุง says :
ผมไม่กล้าหรอก
D.I.Y says :
ไหนคุณว่าในหนังสือบอกไว้ไง?!
คุณแจจุง says :
ก็นั่นมันในหนังสือ...คนเขียนก็ยังไม่รู้เลย ว่าเคยรึป่าว?
D.I.Y says :
ฮ่าๆ ผมก็ไปต่อไม่ถูกเลย
เอาเป็นว่า ถ้าแจจุงอยากจะมีโอกาสบอกรักละก็ ประมาณบ่ายสาม หัวหน้าชองจะออกไปชงกาแฟที่ห้องครัว แถวนั้นไม่มีคนอยู่ก็ลองไปดูละกัน
คุณแจจุง says :
เห? หัวหน้าชองของคุณไม่มีเลขาชงกาแฟให้หรือไง?
D.I.Y says :
ก็มีสิ...แต่เฉพาะตอนเช้าน่ะ ตอนบ่ายหัวหน้าชองคงอยากออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ด้วยล่ะมั้ง
คุณแจจุง says :
อืม
คุณนี่รู้ดีจังนะ
D.I.Y says :
อื้ม ^^
คุณแจจุง says :
ไม่ใช่ว่าแอบกิ๊กกันหรอกนะ?!
D.I.Y says :
ฮ่าๆ ไร้สาระแล้ว
ผมขอตัวก่อนนะ พรุ่งนี้ต้องเข้างานแต่เช้า
คุณแจจุง says :
อื้อ
D.I.Y Offline

 

ยังไม่ทันที่แจจุงจะได้บอกลา เจ้า D.I.Y ก็ดันออกไปก่อนอีกแล้ว อยากจะโกรธอยู่หรอกนะ แต่... ‘ประมาณบ่ายสาม หัวหน้าชองจะออกไปชงกาแฟที่ห้องครัว แถวนั้นไม่มีคนอยู่’ เหรอ?

น่าสนนะเนี่ย

แจจุงยิ้มอย่างอายๆ ให้กับตัวเอง

“เอาวะ...ซักครั้งเหอะ” ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด “ตั้งใจทำงานซักครั้งเหอะ”

ว่าแล้วก็ลงมือพิมพ์งานต่อไปจนเกือบสว่าง

 

หลายวันผ่านไปจนเป็นอาทิตย์และเป็นเดือน ที่แจจุงเพียรพยายามเอาอาหารกลางวันไปแบ่งปันเพื่อนซี้ผู้หิวโหย ทั้งโดยการถูกร้องขอและไม่ได้ร้องขอ และดูเหมือนจะเป็นข้อหลังที่มากกว่า จนในที่สุด...ก็ถึงวันที่แจจุงตัดสินใจ! (ดูคนแต่งรีบมาก)

หลังจากที่เพื่อนทั้งสองทานอาหารกันจนอิ่มแล้ว แจจุงก็เกิดทำตัวเป็นผีเข้าบอกกับเพื่อนสมาชิกว่าวันนี้อยากจะล้างจานที่ครัวของบริษัท ไม่อยากกลับไปล้างที่ร้าน มันเปลืองซันไลต์ ซะงั้น โดยที่เพื่อนๆ ก็ไม่ว่าอะไรและไม่สงสัย งานนี้ต้องขอบคุณ ชางมิน เพื่อนพูดน้อยคนนั้น ดูท่าจะพูดน้อยจริงๆ ซะด้วย...แต่จะว่าไป เป็นเดือนๆ ที่เทียวส่งข้าวส่งน้ำเพื่อนๆ ราวกับลูกในไส้มานี้ ก็ไม่เคยเห็นหัว ชางมิน เลย

‘เดี๋ยวค่อยถามละกัน...ทำภารกิจนี้ให้เสร็จก่อน!’ แจจุงบอกกับตัวเอง ก่อนจะเดินอ้อยอิ่งไปยังห้องครัวของบริษัท ภาวนาให้ถึงบ่ายสามเร็วๆ ทั้งๆ ที่ตอนนี้เพิ่งจะ เที่ยงสิบห้า!

เวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง 45 นาที...ที่แจจุงพยายามล้างถ้วยจานแต่ละใบให้ช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะตอนนี้ภาชนะเหล่านั้นถูกล้างมากกว่า 6 รอบ มันสะอาดเสียจนแทบจะเรืองแสงได้เลยทีเดียว

ชั่วอึดใจเดียว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นก็ดังขึ้นที่ข้างหลังแจจุง ทำเอาแจจุงสะดุ้งโหยง ก่อนจะเหลียวมองดูนาฬิกาและพบว่าตอนนี้บ่ายสามที่เฝ้ารอมาถึงแล้ว แต่ทำไมกลับรู้สึกว่าไม่อยากให้มันมาถึงเลย...ให้ตายสิ!

จะทำยังไงดี?

จะเอายังไงดี?

พูดทักทายก่อนดีมั้ย?

แล้วจะทักทายว่าอะไรดีล่ะ?

โค้งคำนับจะดูเป็นทางการไปหรือเปล่า ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นลูกน้อง

หรือจะยิ้มดี?

ปากสั่นไปหมดแล้ว

โอ๊ยยย!!

 

“สวัสดีครับคุณแจจุง”

ไม่ต้องคิดอะไรต่อทั้งนั้น แจจุงรีบโค้งคำนับให้หัวหน้าชองทั้งๆ ที่มือยังล้างคราบฟองสบู่ออกไม่หมด

“สวัสดีครับ”

“ยังไม่กลับอีกเหรอครับ วันนี้ไม่เปิดร้านเหรอ?”

“เอ่อ...ไม่ครับ ปิดครึ่งวันครับ”

“อืมม”

“......” แจจุงอาศัยเวลาที่ต่างฝ่ายต่างเงียบ รีบล้างถ้วยและล้างมือเหี่ยวๆ ที่เป็นผลจากการแช่น้ำมากว่า 2 ชั่วโมง ให้เสร็จอย่างรวดเร็ว

“มาส่งข้าวให้จุนซูกับยูชอนอย่างนี้ทุกวันเลยเหรอครับ?” ยุนโฮเริ่มบทสนทนาอีกครั้งขณะที่กำลังตักผงกาแฟลงแก้ว

“เปล่าครับ...” แค่วันเว้นวัน หรือ 4 วัน เว้น 1 วัน แจจุงต่อประโยคในใจ

“ครับ” ยุนโฮรับ ก่อนจะกดน้ำร้อนลงแก้ว “แค่สงสัยก็เลยถามดูน่ะครับ แค่รู้สึกว่าช่วงนี้เห็นหน้าคุณแจจุงบ่อย”

“เอ่อ...มารับงานของจุนซูไปช่วยพิมพ์ด้วยน่ะครับ”

“อ้อ เห็นจุนซูบอกเหมือนกันว่าคุณแจจุงพิมพ์งานเร็วมาก” ยุนโฮพูดแล้วคว้าช้อนเล็กมาคนถ้วยกาแฟ “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ มีงานอีกเยอะเลย”

“ครับ” แจจุงรับคำ ยุนโฮหันหลังให้ก่อนจะเดินไป

หมดเวลาแล้ว...ห่างออกไปแล้ว...

กำลังจะถึงประตูทางออกแล้ว...

“คุณยุนโฮครับ!” แจจุงหลับตาตัดสินใจเรียกชื่ออีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น

ราวกับมีคนมากดปุ่ม slow motion ไว้ แจจุงแทบจะเคลิ้มให้กับภาพตรงหน้า ที่ยุนโฮค่อยๆ หันหน้ามา ...ยุนโฮที่อยู่ในชุดสุภาพ เสิ้อเชิ๊ตแขนยาวหลายทางถูกพับไปถึงครึ่งศอก เนคไทค์ปลดหลวมๆ มือข้างหนึ่งถือจานรองแก้ว อีกข้างกำลังคนกาแฟสีเข้มในแก้ว

“ครับ?”

เสียงตอบรับเรียกสติของแจจุงกลับมา

แจจุงก้มหน้าเดินไปหาหัวหน้าชองช้าๆ

สูดลมหายใจเข้าลึกๆ “อันที่จริงแล้ว ผมไม่ได้มีเจตนามาส่งข้าวให้เพื่อนของผมอย่างเดียวหรอกครับ” แจจุงหยุดหายใจ “แต่...ผมชอบ คุณยุนโฮมานานแล้ว ถ้าคุณไม่รังเกียจอะไร ก็รบกวนทำความรู้จักกันหน่อยได้มั้ยครับ?”

ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรต่อ ยุนโฮ ก็พูดแทรกขึ้น

“แบบไหนล่ะครับ?”

“เอ่อ...” แจจุงตะกุกตะกัก แบบไหนล่ะ? “ก็แบบ...ไปกินข้าวด้วยกัน ไปดูหนัง ไปออกกำลังกาย ไปเชียร์บอล อะไรอย่างนี้มั้งครับ”

“......”

เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ตอบอะไร แจจุงก็ล้วงมือลงในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตของตัวเองก่อนจะยื่นกระดาษแข็งๆ ใบหนึ่งให้กับยุนโฮ “นี่เป็นเบอร์โทรศัพท์ของผม ถ้าคุณไม่อยากตอบ พิมพ์เป็นแมสเสจก็ได้ครับ” พูดทั้งๆ ที่ยังก้มหน้าอยู่ ยุนโฮรับกระดาษจากมือของแจจุง และในทันทีทันใดแจจุงก็หันหลังกลับไปเอาถ้วยชามและรีบวิ่งออกจากห้องครัวไปอย่างรวดเร็ว

ยุนโฮมองกลับมาที่กระดาษทันทีที่แผ่นหลังนั้นลับสายตา ปรายตามองจนทั่วก่อนจะขยำกระดาษแข็งเป็นก้อนกลมและทิ้งลงถังขยะ แล้วเดินออกจากห้องครัวไปด้วยรอยยิ้มที่น่าสงสัยแบบเดิม...อีกครั้ง


 

 

 

[TO BE CONTINUE]

 

 

AN :: ฟิคเรื่องนี้แต่งจบแล้วค่ะ ! ^^
มี 3 ตอน เอาไปลงไว้ที่บอร์ดแล้ว แต่เพิ่งว่างเอามาลงบล็อคตัวเอง (แปลกไหม?)
แต่งเรื่องอื่นอีกแล้ว ฮ่าๆๆ . ป่าวลืม My Boy นะคะ อย่าเพิ่งด่า
เพียงแต่รู้สึกว่าอะไรๆ มันก็ไม่ค่อยจะลงตัวซักที เหมือนขาดกำลังใจ....
ได้เรื่องนี้มาแทน ปั่นเร็วมาก 1 อาทิตย์ จบเลย หุหุ
ใครอยากอ่านให้จบก่อนก็ไปอ่านในบอร์ด tvxqfic ได้เลยนะคะ ลิ้งค์อยู่ด้านข้าง

ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ จะปิดเทอมแล้ว เดี๋ยวจะเอาตอน 13 มาลง !
ตอน 13 ใช่มั้ย? นานจนลืมแล้วเหมือนกัน ^^

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ถ้าเรื่องจริง เป็นอย่างในฟิคได้ก็ดีดิ

#1 By Eternal-u.know on 2009-10-08 00:15

แจได้บอกรักแล้วหลังจากล้างจานอยู่ 2 ชั่งโมง 5555

แต่ยุนโฮนี่ยังไงน้า

#2 By bruin (117.47.186.105) on 2009-10-08 07:20

ีอ๊าววววว
คนเค้าอุตส่าห์อยากรู้จัก

ไมขยำทั้งอ่ะ?
ตามไปอ่านใน tvxqfic ซะเลยดีมั้ยเนี่ย - -*

ติดตามค่ะ ๆ ๆ
คิๆ

#3 By P a p i n'z❥2U on 2009-10-08 09:27

แจจุ๊งงง เป็นหญิงเป็นนาง

ไปบอกรักเค้า แบบนั้น ได้ยังงัย นะ

อิอิ

ติดตาม cry

#4 By Evermore on 2009-10-13 02:31

หนุกดีค่ะ
ยังไม่ลืมเรื่องเก่าๆที่ยังไม่จบหรอกน้าangry smile

#5 By dongjae on 2009-10-13 20:40

อ๋าๆๆๆ

ยุนทิ้งกระดาษที่แจให้ทำไมอ่า

ToT

#6 By LoveYJ (117.47.121.80) on 2009-10-20 22:30